นาทีชีวิต! สาวทะเลาะแฟนผูกคอตาย กู้ภัยปั๊มหัวใจช่วยชีวิตทัน

เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมชลบุรี รับแจ้งว่ามีคนผูกคอภายในหอพักแห่งหนึ่งในซอยสุขใจ ม.1 ตำบลหนองอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ที่เกิดเหตุพบ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 32 ปี หมดสติเนื่องจากใช้สายไฟผูกคอกับคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่ยังมีชีพจร เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงพยายามที่ช่วยกันปั้มหัวใจ และรีบนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี

จากการสอบถาม นายธง (นามสมมติ) อายุ 39 ปี แฟนหนุ่ม ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนกับแฟนสาวได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง สาเหตุมาจากตนจับได้ว่าแฟนสาวได้แชทคุยกับชายอื่น และตนเองจับได้ จึงพยายามสอบถาม ทำให้แฟนสาวหงุดหงิดและใส่อารมณ์จนเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตนเกิดความโมโหจึง ได้แย่งโทรศัพท์ของแฟนสาวมาทุบจนพัง

นายธง ให้การว่า จากนั้นก็ได้เดินลงไปสงบสติอารมณ์ข้างล่าง ปล่อยให้แฟนสาวอยู่ในห้องเพียงลำพัง ประมาณ 20 นาทีตนก็ได้เดินกลับมาที่ห้องพัก และได้มองเห็นแฟนสาวกำลังผูกคอกับคอมเพรสเซอร์แอร์นอกระเบียงของห้องนอน ตนจึงรีบวิ่งไปช่วย รีบแก้มัดลงมา จากนั้นได้โทรเรียกกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ โชคดีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ของโรงพยาบาลชลบุรี ได้ช่วยกันปั๊มหัวใจและช่วยชีวิตแฟนสาวจนรอดชีวิตมาได้

ป้าร่ำไห้ หลานติดยา เผาบ้านมรดกชิ้นสุดท้ายวอดทั้งหลัง

เมื่อเวลา 11.00 น.  นายสมหวาน ลาวงศ์ นายก อบต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยนายเจษฎา วัฒนมาลี ผู้ใหญ่บ้านนาคอกควาย หมู่ 2 ต.ดงขวาง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ นางสมบูรณ์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 2 บ้านนาคอกควาย ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม หลังถูกนายวสันต์ หลานชาย อายุ 27 ปี ก่อเหตุวางเพลิงเผาบ้านพักเสียหายทั้งหลัง

พ.ต.ท.คำดี เฮียบุญ รอง ผกก.สส. สภ.บ้านกลาง เปิดเผยว่า นายวสันต์ มีประวัติเคยต้องคดียาเสพติด และเคยก่อเหตุเผาบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนธันวาคม 2559 แต่ชาวบ้านช่วยกันดับไฟไว้ได้ กระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้ มาก่อเหตุซ้ำอีก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินดีตามกฎหมาย

นางสมบูรณ์ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองไม่มีครอบครัว และมีรายได้จากการทำนาและรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่บ้านหลังนี้กับหลานชายที่ก่อเหตุ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดชิ้นสุดท้ายที่ได้มามาจากพ่อแม่ หลังเกิดเหตุทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะที่ผ่านมาเลี้ยงหลานคนนี้มาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่เขาแยกทางกัน หลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะไม่มีบ้านอยู่ และคงไม่มีปัญญาสร้างบ้านหลังใหม่

ด้านนายสมหวาน ลาวงศ์ นายก อบต.ดงขวาง ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น เกี่ยวกับเครื่องอุปโภค บริโภค พร้อมเชิญชวนผู้ใจบุญ สามารถติดต่อเพื่อให้การช่วยเหลือนางสมบูรณ์ได้ ผ่านกองสวัสดิการ อบต.ดงขวาง โทรศัพท์ หมายเลข 042-578-030 หรือประสานงานโดยตรงกับ นางชลิดา สิทธิกานต์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการ อบต.ดงขวาง โทร. 094-539-9911

วิธีทำ เนื้อผัดซีอิ๊วกับหัวหอม

ส่วนผสมและสัดส่วน
1. เนื้อวัว 200 กรัม
2. หัวหอมใหญ่ 1 หัว
3. ต้นหอมหั่นท่อน ¼ ถ้วย
4. งาขาวคั่ว
5. น้ำเปล่า
6. ซอสโชยุ
7. น้ำตาลทรายแดง

วิธีปรุง
1. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใส่หัวหอมใหญ่ลงไปผัด
2. ใส่เนื้อวัวลงไปผัดจนเกือบสุก
3. เติมซอสโชยุ น้ำเปล่า และน้ำตาลทรายแดงลงไป เคี่ยวน้ำซอสให้เข้าเนื้อวัว
4. พอซอสเริ่มงวดลงใส่ต้นหอมท่อน และงาขาวคั่ว
5. ผัดพอต้นหอมสลดลง ตักเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย

วิธีทำซุปมักกะโรนี

ส่วนผสมและสัดส่วน
มักกะโรนีข้องอ 150 กรัม
หมูสับ 250 กรัม
หอมใหญ่ปอกเปลือกผ่าครึ่ง 100 กรัม
มะเขือเทศผ่าครึ่ง 100 กรัม
ต้นหอม 25 กรัม
ซุปหมูก้อน 1 ก้อน
เครื่องปรุง
เครื่องปรุงสำหรับหมักหมูสับ
น้ำตาล 1/4 ชช.
ซอสปรุงรส 11/2 ชต.
พริกไทยป่น 1 ชช.

วิธีปรุง
1.หมักหมูสับกับเครื่องปรุง พักไว้
2.ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย พอน้ำเดือดใส่มักกะโรนีลงไป 150 กรัม ต้ม 5 นาที เทน้ำออกล้างด้วยน้ำเปล่าแล้วพักไว้
3.ต้มน้ำ 1 ลิตรในหม้ออีกใบ ใส่ซุปก้อนลงไปคนให้ละลาย พอน้ำเกือบเดือดปั้นหมูสับลงไปเป็นก้อน ๆ รอจนหมูสุกใส่หอมใหญ่ตามลงไป
ต้มให้หอมใหญ่ใส
4.ใส่มักกะโรนีที่พักไว้ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศ
5.ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส 1 ชต.+เกลือ 1/2 ชต. (ชิมก่อนปรุงนะคะ ถ้ารสชาติโอเคแล้วไม่ต้องใส่เพิ่มก็ได้ค่ะ)
6.โรยต้นหอมลงไป รอให้เดือดอีกครั้งปิดไฟพร้อมเสิร์ฟ

“หวาย ปัญญริสา” เปิดใจ ทำอย่างไรให้มีความมั่นใจได้มากมายขนาดนี้

“หวาย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์” สาวแสบ แซ่บ ไม่แคร์ WORLD

ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลด้านงานเพลงของวัยรุ่นยุคใหม่ ด้วยวัยเพียง 22 ปีแต่เธอกลับมีความโดดเด่น แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องที่มีความเป็นอินเตอร์ หรือจริต ความมั่นใจที่มีเกินพิกัด ในขณะที่วันนี้ เธอมีอีกพัฒนาการนั่นคืองานซิงเกิ้ลใหม่ สังกัดใหม่ แต่ค่ายเดิม

หวายอยู่กามิกกาเซ่มาตั้งแต่อายุ 13 ปี ปัจจุบันย้ายค่ายมาอยู่ที่เยส มิวสิกและ “ชีวิตดี๊ดี” ก็เป็นซิงเกิ้ลแรกกับค่ายนี้ กระทั่งเอ็มวี เธอยังเป็นคนเสนอสถานที่และออกไอเดียเองว่าอยากใส่ชุดไทย กับการหยิบชุดไทยมามิกซ์ในเพลงแดนซ์ เมื่อผสานผสานความเป็นหวาย เชื่อเถอะ ใครๆ ก็ต้องมองว่าแรง แต่เธอกลับทำมันออกมาได้อย่างน่าสนใจ

“ถามหวายเป็นคนที่แรงไหม หนูว่าไม่นะ แต่ว่าในลุคของการทำงาน หรืออาจเป็นด้วยแอดติจูด บางทีเราออกจะเป็นคนที่ค่อนข้างตรงค่ะ คนเลยเอาไปตีความว่ามันแรง แล้วพอเอามาจัดไว้กับลุคขอเราด้วย เพราะว่าลุคหนูค่อนข้างที่จะเปรี้ยวผสมกับความที่เราเป็นคนตรง ก็เลยดูแรง แต่ไม่ว่าจะทำอะไร หนูมีแบบแผนให้ตัวเองเสมอ และในความตรงหนูก็ตรงในระดับหนึ่งนะ แต่ไม่ใช่ว่า “ฉันไม่แคร์เธอ เธอไปไกลๆ เลย” ในชีวิตจริง มันก็ไม่มีขนาดนั้น” หวายกล่าว

บางคนอาจกำลังสงสัยว่าเธอทำอย่างไรให้ตัวเองมีความมั่นใจได้มากมายขนาดนี้ สาวหวายบอกว่าในความมั่นใจ เธอมักบอกกับตัวเองตลอดว่า เราก็พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว เราก็แฮปปี้อยู่แล้ว ฉะนั้น เราจะไปคิดมากทำไมในสิ่งที่เราไม่ได้เป็น “หรือถ้าเราอยากเป็นแบบนั้นจริงๆ ทำไมเราแค่ไม่ทำอะไรแบบนี้ ประมาณนี้”

ในขณะที่หากเป็นเรืองของหัวใจบอกเลยว่าสาวหวายไม่ได้มีความคาดหวังสูงกับเรื่องพวกนี้เลย “คือเราคุยกับใคร มีความสุขกับใคร เราก็ควรที่จะอยู่ไปแบบนั้น วันไหนที่เรารู้สึกไม่แฮปปี้ ไม่สบายใจ เราก็แค่ถอยออกมา แค่นั้นจบ”

นี่สิ! สวยแซ่บของจริง ใช้ชีวิตมีแบบแผน แต่ไร้เงื่อนไข ขอแค่สบายใจก็พอ

อดีตกัปตันเครื่องบิน สูญเสียขา 2 ข้าง สู้ชีวิตขายเบอร์เกอร์

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ อดีตกัปตันเครื่องบิน ซึ่งประสบอุบัตนิเหตุสูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง แต่ยังไม่ท้อ และสู้ชีวิตด้วยการขายเบอร์เกอร์ตามตลาดนัด เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยมีข้อความระบุว่า

โบตั๋นเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กัปตันนะคะ ร้านชื่อ No Name Burger อดีตกัปตันเครื่องบิน ที่ผันตัวมาขายเบอร์เกอร์ เพราะสูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง จากการไปวิ่งออกกำลังกายตอนไม่สบาย
แล้วเป็นลมตรงรางรถไฟ เลยโดนรถไฟเหยียบขาเลยเสียขาสองข้างไป แต่ยังมีใจที่ฮึดสู้เพราะต้องเลี้ยงดูลูกตัวน้อยๆ

เคยขายที่ตลาดเลียบด่วน กับ ตลาดนัดสุวรรณภูมิค่ะ แต่ตอนนี้ขายที่ ม.สัมมากร ถ.นิมิตใหม่ 34 เปิดตอน 14.30 – 18.30 น. ปิดทุกวันพฤหัส และ ทุกวันที่เจ็บขาค่ะ

เพื่อนๆ แวะไปอุดหนุนกันได้นะคะ คนเราล้มได้แต่อย่าท้อนะคะ จงฮึดสู้กับมันค่ะ โบตั๋นขอบคุณ ทุกกำลังใจเลยนะคะ

ถูกนายทุนยึดทรัพย์ อย่างไร้มนุษยธรรม! ยายวัย 67 ชีวิตพลิกผัน จากอยู่คฤหาสน์ กลายเป็นคนไร้บ้าน

ยายวัย 67 ปี ร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ หลังถูกนายทุนยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินของมีค่าจนหมดสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องหนีมาอาศัยเพื่อนบ้าน และเร่ร่อนขออาศัยบ้านญาติพี่น้องไร้ที่พักพิง ด้านหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ ระบุการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีผู้เดือดร้อนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ชี้เป็นช่องที่นายทุนฉวยโอกาสเป็นสัญญาทาส

(9 ม.ค.) ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นางสาวอร่าม ดาวเรือง อายุ 67 ปี ได้นำเอกสารและหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ หลังถูกนายทุนยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท พร้อมกับขับให้ออกจากบ้านอย่างไร้เมตตาปราณี โดย นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายสนุน แจะหอม นิติกรปฏิบัติการฯ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ พร้อมทั้งพาไปดูสภาพบ้านที่ถูกยึดที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน 1 ปี

นางสาวอร่ามกล่าวว่า ได้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 2 บ้านหนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยมีบุตรสาวและลูกเขยซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เป็นผู้ก่อสร้างบ้านและเจ้าของบ้าน โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวเนื้อที่ 3 งาน 73 ตารางวา โดยบ้านมีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร มีสระน้ำ ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศ

โดยได้อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มานานกว่า 7 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์และนายทุน 10 กว่าคน นำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาจอดที่บ้าน โดยมีนายทุนคนหนึ่งเดินมาหาและบอกให้ออกจากบ้านวันนี้ และได้สั่งให้กลุ่มชายฉกรรจ์และกลุ่มผู้หญิงขนสิ่งของมีค่าออกจากบ้านให้หมด จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ได้เก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ออกไปไว้หน้าประตูบ้านและจัดการล๊อกบ้านไว้

เฉพาะทรัพย์สินมีค่าของตัวเองมีนาฬิกา 2 เรือน สร้อยและพระเลี่ยมทอง 1 องค์ และหวนทองคำขาวฝังเพชร 1 วง ทั้งนี้เมื่อสอบถามนายทุนทราบแต่เพียงว่า ลูกสาวได้เอาบ้านและที่ดินไปขายฝากไว้ และเมื่อครบกำหนดจึงได้เข้ามายึดตามสิทธิ

“ตอนนั้นรู้สึกกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไร คนแก่ธรรมดอยู่บ้านคนเดียวลูกสาวอยู่ต่างประเทศ และตอนนั้นลูกเขยซึ่งเป็นคนต่างชาติเพิ่งจะเสียชีวิตไป ติดต่อใครไม่ได้มีแต่เพื่อบ้านที่มาเก็บเสื้อผ้าข้าวของบางส่วน และให้ไปพักอาศัยอยู่ด้วย

“ภายหลังจึงทราบมาว่าลูกสาวนำบ้านไปขายฝากไว้กับนายทุนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี โดยนางสาวธัญญาพร ดรายเยอร์ ซึ่งเป็นลูกสาวเป็นคนทำสัญญาขายฝากที่ดินด้วยตนเอง จำนวนเงินขายฝากที่ 4,500,000 บาท เท่าที่ทราบลูกสาวได้พูดคุยกับนายทุนมาตลอด ตกลงเป็นที่เรียบร้อย

“แต่ไม่ทราบความเป็นมาว่าเหตุใดจึงมาไล่ตนเองออกจากบ้าน โดยทรัพย์ของมีค่าหลายสิบรายการก็ถูกขนและยึดไปหมดไม่เหลืออะไร เครื่องใช้บางชิ้นมีราคาแพงหลักแสนยังไม่ได้คืนสักชิ้น มีการติดต่อขอเจรจาแต่ไม่ไม่เป็นผลสำเร็จ

“ทรัพย์สินที่ยึดไปมูลค่าราวๆ 5 ล้านบาท อยากได้รับการชดใช้คืน เพราะคิดว่าทรัพย์สินเหล่านั้นนายทุนไม่มีสิทธิยึดไป ทุกวันนี้ต้องอาศัยเพื่อนบ้านบางครั้งก็ไปขออาศัยอยู่บ้านลูกหลานแทน เพราะตอนนี้ลูกสาวก็กำลังเดือดร้อนเช่นกัน

“หลังสูญลูกเขยที่เป็นชาวต่างชาติไป ทั้งครอบครัวก็ไร้ที่พึ่งพิง ก่อนหน้านี้ได้พยายามร้องขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับที่ปรึกษากฎหมายซึ่งเป็นทนายความคนหนึ่ง แต่เรื่องก็หายเงียบไปเป็นปี จึงไร้ที่พึ่ง สุดท้ายมีคนแนะนำให้มาที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ เนื่องจากตอนนี้นอกจากจะไม่มีบ้านที่อาศัยแล้ว อายุที่มากก็ไม่สามารถทำงานหาเงินได้ ต้องมาลำบากตอนแก่เฒ่า มองดูบ้านที่เคยอยู่อาศัยทีไรก็ร้องไห้ทุกที” นางสาวอร่าม กล่าว

ด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการขายฝากที่ดิน ถือเป็นปัญหาอันดับ 1 ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด โดยที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้ขายฝากที่ดินไว้กับนายทุนในราคาต่ำกว่าต้นทุนการประเมิน และถูกยึดที่ทั้งๆ ด้วยการฉวยโอกาสใช้เทคนิคต่างๆ ยึดเอาทรัพย์สินไปอย่างไม่เป็นธรรม เป็นสัญญาทาสที่ทำให้คนสิ้นเนื้อประดาตัวมามาก ทั้งนี้การขายฝากที่ดินเป็นเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น

“สำหรับกรณีของนางสาวอร่าม ทางศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ และจำดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 15-30 วัน ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เเละจะมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผู้เดือดร้อนทันทีที่มีความคืบหน้า รวมถึงขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ย ที่จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานร่วมกัน” นายไชยากล่าว

เศรษฐีฮ่องกงประกาศขึ้นสินสอดเป็น 6,400 ล้านบาท ให้หนุ่มที่ทำให้ลูกสาวเลสเบี้ยน กลับใจเป็นหญิงแท้ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ซีซิล จ้าว นักธุรกิจเศรษฐีพันล้านของฮ่องกง เสนอสินสอด 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่จะแต่งงานกับ จีจี จ้าว ลูกสาวซึ่งมีรสนิยมทางเพศแบบหญิงรักหญิง

โดยการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ ซีซิลประกาศต่อสาธารณชนตั้งแต่ปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอด ซึ่งเป็นเงินสดและทรัพย์สินรวม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,135 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่สามารถทำให้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้หญิงแท้ได้ ถึงแม้ว่าจะเสนอเงินมูลค่ามหาศาล แต่กลับไม่มีผู้ชายคนไหนรับเงื่อนไขดังกล่าว

ทว่าแม้สังคมจะเงียบต่อข้อเสนออันสูงค่าดังกล่าว เศรษฐีใหญ่ก็ไม่ย่อท้อ ต่อมาในปี 2557 ประกาศเพิ่มสินสอดให้ชายที่รับเงื่อนไขดังกล่าวได้ โดยเพิ่มเงินเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,276 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดในปี 2560 ประกาศเพิ่มสินสอดเป็น 3 เท่าของครั้งแรกเป็น 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท

ซีซิล จ้าว นักธุรกิจหมื่นล้านชาวฮ่องกงประกาศลั่น พร้อมยกสินสอด 6 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มใดก็ตามที่มาขอ จีจี้ จ้าว ลูกสาวที่เป็นเลสเบี้ยนแต่งงาน

กลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งสำหรับเจ้าพ่อนักลงทุนผู้ร่ำรวยมหาศาลชาวฮ่ององอย่าง ซีซีล จ้าว ซึ่งหลังจากที่เขาออกมาประกาศในปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอดเป็นเงินจำนวน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มรายใดก็ตามที่สามารถพิชิตใจ จี้จี้ จ้าว ลูกสาวที่มีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกันของเขาได้

โดยล่าสุด (11 มกราคม 2560) เว็บไซต์เซย์ชีสทีวี รายงานว่าซีซิล จ้าว พร้อมเสนอสินสอดเพิ่มให้อีก 3 เท่า!

ทั้งนี้ เป็นเพราะ ซีซิล จ้าว มีความปรารถนาอย่างมากที่จะเปลี่ยนใจลูกสาวสุดที่รักให้กลับมาเป็นหญิงแท้ ถึงแม้ว่าจะทุ่มทุนเท่าไรก็ยอม ซึ่งดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ในปี 2555 ซีซิล จ้าวได้ออกมาประกาศหาลูกเขยพร้อมเสนอสินสอดจำนวนมหาศาล ในครั้งนั้นมีชายหนุ่มมากมายเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนี้ถึงกว่า 20,000 คน ซึ่งแน่นอนว่าจีจี้ ลูกสาวคนสวยของเขา ที่คบหาดูใจอยู่กับแฟนสาวมานานกว่า 9 ปีแล้วนั้น กล่าวเซย์โน ปฏิเสธไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น

เวลาผ่านไป 2 ปี ซีซิล จ้าว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจ โดยในปี 2557 เขาเสนอเงินเพิ่มให้อีกเป็น 2 เท่าไปเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยกว่า 4.2 พันล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าสาวจีจี้ก็ปฏิเสธอีกเช่นเคย และล่าสุด ณ เวลานี้ซีซิล จ้าวได้ประกาศเพิ่มเงินค่าสินสอดขึ้นไปเป็น 180 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.4 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่าครั้งแรกถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

แม่ใจยักษ์ ทิ้งทารกวัย 3 เดือน ปล่อยให้ยุงกัด ในห้องพักลพบุรีถึง 3 วัน

แม่ใจร้ายทิ้งลูกชายวัย 3 เดือน ปล่อยให้ยุงกัดเต็มตัวไว้ในห้องพักที่โรงแรมกลางเมืองลพบุรีถึง 3 วัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ท่าหิน จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง จึงประสานงานไปยังกู้ชีพโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พบโรงแรมดังกล่าวเป็นอาคารสูงห้าชั้น โดยชั้นล่างของตัวอาคารที่ห้องพักหมายเลข 102 พบเด็กชายวัยเพียง 3 เดือน โดยมีแม่บ้านของโรงแรมอุ้มไว้แนบอก สภาพตามร่างกายของเด็กน้อยมีรอยถูกยุงกัดเป็นจุดแดงเต็มตัว ลำตัวเริ่มเขียว เนื่องจากขาดน้ำ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบภายในห้องพัก พบใบสูติบัตรระบุชื่อของเด็ก คือ ด.ช.อภิวัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 22 ก.ย.59 ที่โรงพยาบาลวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ส่วนแม่เด็กคือ น.ส.เจนจิรา อายุ 21 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีลูกมาแล้วถึง 3 คน

ทั้งนี้ เบื้องต้นทางโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ได้รับเด็กไว้ดูแลเพื่อดูอาการ ก่อนที่จะติดต่อไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี มารับไปดูแลต่อ ส่วนตัวแม่ของเด็กทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวมาสอบสวนสาเหตุว่าเพราะเหตุใดจึงทิ้งลูกไว้

ทับทิม ให้อภัย ผู้จัดการร้านกาแฟดัง ขอโทษทั้งน้ำตา ปมพนักงานแอบถ่าย

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที หลังจากมีพนักงานร้านกาแฟชื่อดัง แอบถ่าย ดาราสาว “ทับทิม มัลลิกา” กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ขณะอยู่ภายในร้าน โดยโพสต์ภาพดังกล่าวลงคอมเม้นท์ในเพจชื่อดัง พร้อมเม้าท์ว่า เจ้าตัวควงหนุ่มคนนี้มาซื้อกาแฟ แถมยังขึ้นคอนโดฯกันเป็นประจำ ซึ่งทำให้สาวทับทิมโกรธเป็นอย่างมาก

ล่าสุด “ทับทิม มัลลิกา” ได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรม @tubtimofficial โดยเป็นภาพผู้บริหารและผู้จัดการร้านกาแฟดังกล่าว เดินทางมาพูดคุย และขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเธอเองก็ไม่คิดเอาเรื่องหรือดำเนินการแต่อย่างใด พร้อมข้อความว่า

“ทางทีมผู้บริหารได้ติดต่อและเดินทางมาแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้หายคับข้องใจแล้ว ส่วนทับทิมไม่ขอดำเนินคดีอะไรค่ะ เน้นย้ำอยากให้ร้านต่าง ๆ กวดขัน อบรมพนักงานให้เคารพสิทธิส่วนบุคคล ขอบคุณ บริษัท ที่ไม่นิ่งนอนใจ แถมยังเร่งประสานงานช่วยดำเนินการสืบสวนต่าง ๆ

ส่วนพนักงานต้นเหตุ ทราบเรื่องมาว่าเป็นเด็กฝึกงาน และไม่ได้มาทำงานที่ทรูอีกตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทีมผู้บริหารทรูอีกครั้ง ที่ทำให้วันนี้ยิ้มได้ และเคลียร์ปัญหาต่าง ๆ อย่างฉับไวและชัดเจน จบลงอย่างสวยงามค่ะ”

และ “เห็นใจผู้จัดการสาขาต้นเรื่อง คนโพสที่เจตนาไม่ดีคุณต้องสำนึกแล้วนะคะที่ทำให้ผู้จัดการ ผู้บริหารต้องสละเวลามาขอโทษทั้งน้ำตากันขนาดนี้ อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกเลย ครั้งนี้ให้อภัยทุกฝ่ายต้องขอบคุณทาง…ที่มาเคลียร์ปัญหาอย่างฉับไวไม่นิ่งนอนใจ”