ไปไกลระดับโลก! “ออกแบบ” เดินสายร่วมงานเมืองนอก พร้อมกระทบเหล่าคนดังเพียบ

ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ “ออกแบบ” โกอินเตอร์! เดินสายรับรางวัล-ร่วมงานเมืองนอกเพียบ

เป็นนักแสดงวัยรุ่นมากความสามารถ ที่แม้จะอายุยังน้อยแต่ก็มีผลงานพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถว่าเก่งเกินอายุจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวเจ้าของตำแหน่งนางเอกพันล้าน “ออกแบบ ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง” สาวหน้าหมวยมีคาแร็คเตอร์ชัดเจน ซึ่งเธอนั้นเล่นภาพยนตร์เรื่องแรก “ฉลาดเกมส์โกง” ก็เรียกว่าแจ้งเกิดเลยทันที แถมยังได้รับรางวัลไปหลายเวทีทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเธอยังเป็นคนไทยคนแรก ที่ได้ร่วมพรมแดงในงาน “เทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลินครั้งที่ 68 (Berlin International Film Festival)” ประเทศเยอรมัน พร้อมคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมบนเวที “Asian Brilliant Star Awards” อีกทั้งยังได้รับเชิญให้ไปร่วมเดินพรมแดงในงาน “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 71” ที่ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะนักแสดงและได้ร่วมเสวนาหัวข้อ “How Women Are Changing The Entertainment Business” อีกด้วย และยังมีอีกหลายรางวัลที่เธอได้รับจากประเทศอื่นๆ อีกด้วย

นอกจากฝีมือด้านการแสดงแล้ว เธอยังมีงานเดินแฟชั่นโชว์และถ่ายแบบมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ ล่าสุดเธอก็มีโอกาสไปเฉิดฉายในงานระดับโลก “Le Temps Chanel” ที่ประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสาว “ออกแบบ” ได้กระทบไหล่กับดารา นักแสดง คนดังและเซเลบริตี้ชั้นนำ อีกทั้งยังได้ร่วมงานกับนิตยสารดังที่ประเทศจีน ได้กระทบไหล่นางฟ้า “Victoria’s Secret” พร้อมทั้งถ่ายแบบร่วมกัน เรียกว่า “ออกแบบ” นั้นเป็นสาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการบันเทิง นางแบบ และแฟชั่น ให้กับบ้านเราจริงๆ

 

 

9 กระเป๋าแบรนด์ดัง ซื้อเมืองนอกถูกกว่าไทย ถูกใจสาวๆ

สาวๆ ที่ชอบช้อปปิ้ง กระเป๋าแบรนด์ดัง เวลาเดินห้างในไทยแล้วรู้สึกขัดใจใช่ไหมคะ ก็ตามช็อปของแบรนด์กระเป๋าที่คุณหมายตา มักจะมีตัวเลือกให้เลือกน้อย บางครั้งรุ่นที่คุณอยากได้ก็ไม่มี หรือถึงจะมีแต่ราคาก็แพงหูฉี่เอาซะจับต้องแทบไม่ได้เลย วันนี้ มีทางออกให้กับขาช้อปที่จะไป ทัวร์ต่างประเทศ มาดูกันว่า ซื้อกระเป๋าต่างประเทศ จากเมืองนอกแบรนด์ไหนบ้างที่ถูกกว่าที่ไทย ไปซื้อถึงต้นกำเนิดของแบรนด์นั้นๆ ไปเลย ได้ทั้งช้อปของถูกใจพร้อมกับการท่องเที่ยว ไปทั้งทีรับรองคุ้ม!

1.Charles and Keith

กระเป๋าแบรนด์ดัง สัญชาติสิงคโปร์ที่สาวไทยต้องมีสักใบอย่าง Charles and Keith ด้วยราคาที่เบาๆ บวกกับดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบการแต่งตัวตามซีซั่น เพราะมีทั้งกระเป๋า รองเท้า ซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบตามเทรนด์แฟชั่นต่างๆ ทำให้ลุคของผู้หญิงดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น ขอบอกว่าถ้าบินไปซื้อที่สิงค์โปร์จะถูกกว่าที่ไทยหลายร้อยบาทไปจนถึงหลักพันต้นๆ เลยค่ะ

แนะนำให้ไปซื้อที่ Factory Outlet เพราะมีรายการลดสูงสุดถึง 70% ตลอดทั้งปี อยู่ที่ห้าง Anchorpoint บริเวณ Alexandra Road วิธีเดินทางก็สะดวกมากค่ะ โดยสามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปลงยังสถานี Queenstown ได้เลย

2.Longchamp

จากกระแสความนิยมกระเป๋าจ่ายตลาดของแม่บ้านฝรั่งเศส แบรนด์ Longchamp กลายมาเป็นไอเท็มแฟชั่นที่สาวๆ ทุกคนต้องมี สาวไทยจำนวนไม่น้อยที่อยากจับจองเป็นเจ้าของ Longchamp ด้วยรูปแบบที่ใช้ง่าย สีสันสดใส ทนทาน สามารถพับเก็บได้ มีหูหิ้ว จึงเหมาะกับสาวๆ ในทุกการใช้งาน คำว่า Longchamp เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ลู่วิ่งในสนามม้า เป็นเครื่องหนังของปารีส ภายใต้โลโก้นักขี่ม้าแข่ง กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1948 เดี๋ยวนี้ทางแบรนด์มีทำดีไซน์ออกมาให้ดูสวยหรูน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงวัสดุในแบบที่ต่างกัน ลองไปเลือกดูรับรองว่ามีรุ่นที่ถูกใจแน่นอนค่ะ

สำหรับสถานที่ขายกระเป๋า Longchamp ราคาถูก มุ่งหน้าสู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต้นกำเนิดเลยค่ะ แต่ไม่ใช่ในห้างหรือช็อปนะ เป็นร้านท้องถิ่นที่ชื่อว่า La Maroquinerie Parisienne ห่างจากห้างลาฟาแยตเพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น ถูกกว่าในห้างถึง 20% เลยทีเดียว

3.Coach

Coach กระเป๋าแบรนด์ดัง สัญชาติอเมริกา ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1941 ที่แมนฮัตตัน เมืองนิวยอร์ก ด้วยกระเป๋าที่ทำจากหนังฟอกสีที่มีความอ่อนนุ่ม ทนทาน ทำให้ Coach กลายเป็นแบรนด์ที่สาวๆ หลายคนชอบมาก สำหรับ Coach บอกเลยว่า ซื้อกระเป๋าต่างประเทศ ถูกกว่า ที่อเมริกามีช็อปและ Outlet ให้คุณเลือกเข้าไปช้อปมากมาย ซึ่งราคาถูกกว่าไทยหลายเท่าเลยล่ะค่ะ

4.MCM

ต่อมาเป็น กระเป๋าแบรนด์ดัง ที่มีต้นกำเนิดที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อปีค.ศ. 1975 อย่าง MCM แต่ภายหลังในปีค.ศ. 2005 ถูกซื้อไปโดย Sungjoo Design ประเทศเกาหลีใต้ เราจึงเห็นความนิยมของกระเป๋าแบรนด์นี้ในหมู่วัยรุ่นวัยทำงานชาวเกาหลี ซึ่งแบรนด์นี้เหมาะกับสาวๆ ที่มีความมั่นใจสูง เพราะกระเป๋าแต่ละรุ่นของแบรนด์มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สำหรับสถานที่ซื้อ MCM ได้ถูกกว่าไทย แน่นอนว่าเป็นประเทศเกาหลีใต้ค่ะ พุ่งตัวไปย่านช้อปปิ้งอย่างทงแดมุน หรือฮงแดได้เลย

5.Chanel

แน่นอนว่า กระเป๋าแบรนด์ดัง สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Chanel คงไปนั่งอยู่ในใจของสาวๆ หลายคน ไม่เว้นแม้แต่สาวไทย ด้วยรูปทรงสุดคลาสสิก ดูหรูหรา สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้สำหรับออกงาน ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์หรูอย่าง Chanel ซื้อกระเป๋าต่างประเทศ ถูกกว่าไทยแน่นอนค่ะ ซึ่งสถานที่ซื้อราคาถูกอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ถูกกว่าฝรั่งเศสหลักพันเลยนะ


6.Balenciaga

Balenciaga กระเป๋าแบรนด์นี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสเปน การออกแบบกระเป๋าจะมีความเป็นศิลปะ ที่หรูหราในแบบงานอาร์ตสมัยใหม่ กระเป๋าแบรนด์นี้จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเหมือนใคร และช่วงหลังมานี้ก็มีดีไซน์แปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ ใครชอบแบรนด์คุณภาพและมีเอกลักษณ์ต้องมีไว้เลยค่ะ แต่ถึงแม้จะเป็นแบรนด์สัญชาติสเปน แต่เรากลับซื้อกระเป๋าแบรนด์นี้ได้ถูกกว่าที่ฝรั่งเศสค่ะ

7.Givenchy

แบรนด์ Givenchy มีต้นกำเนิดที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นแบรนด์ที่มีดีไซน์ของกระเป๋าเน้นรูปทรงที่ดูหรูหรา ทะมัดทะแมง สามารถลุยไปกับคุณได้ทุกที่ จะสะพายไปเที่ยวหรือไปทำงานก็ดูดีเสมอ สำหรับสถานที่ขายกระเป๋าแบรนด์นี้ในราคาถูกที่สุดอยู่ที่ฝรั่งเศสค่ะ แต่ก็มีบางรุ่นที่ญี่ปุ่นขายถูกกว่า ทั้งนี้ควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของแต่ละประเทศก่อนนะคะ

8.Louis Vuitton

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระเป๋าแบรนด์ Louis Vuitton สัญชาติฝรั่งเศสนี้ ก็ยังคงมีความคลาสสิกที่สาวๆ หลายคนอยากมีไว้ครอบครอง เพราะสามารถใช้ได้เรื่อยๆ ด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ และคุณภาพวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน สมราคา และประเทศที่จะซื้อแบรนด์นี้ได้ถูกกว่าเมืองไทยก็คือที่ฝรั่งเศส และอังกฤษ ราคาค่อนข้างใกล้เคียงกัน

9.Hermes

สาวๆ ที่ใฝ่ฝันอยากมี กระเป๋าแบรนด์ดัง สักใบ คงต้องมีลิสต์ของแบรนด์สุดหรูอย่าง Hermes สัญชาติฝรั่งเศสติดโผอยู่ด้วยแน่นอน ซึ่งแบรนด์ที่เริ่มต้นจากอานม้านี้มีอายุยาวนานกว่า 170 ปี ต่อมาก็พัฒนาเป็นแบรนด์เครื่องหนังที่ครองใจเหล่าเซเลบจากทั่วโลก ซึ่งถ้าอยากซื้อในราคาที่ถูกที่สุด ตรงดิ่งไปฝรั่งเศสค่ะ แต่ต้องทำใจว่าช็อปที่นี่จะค่อนข้างจำกัดจำนวนซื้อ

สุดท้ายอยากให้คำนวนราคากระเป๋ากันให้ดีก่อนซื้อกลับมานะคะ ทางที่ดีไม่ควรซื้อใบที่เกิน 2 หมื่นบาท จะได้ไม่โดนศุลกากรเรียกเก็บภาษีเพิ่มที่เมืองไทย และเช็คราคาเทียบกับบ้านเราให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อด้วยนะ

โมเดลแฟชั่นน.ศ.สุดว้าว! “เบนโตะ”กล่องข้าวญี่ปุ่น

แรงบันดาลใจในการออกแบบแฟชั่นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ พริม จุฬาลักษณ์ ไชยการ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สร้างสรรค์เปลี่ยน “เบนโตะ” หรือกล่องข้าวญี่ปุ่น เป็นชุดดีไซน์สวยงาม หรูหรา เข้าตากรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน Sakura Collection 2018 Asia Student Award in Thailand โครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักออกแบบสมัครเล่นในทวีปเอเชีย เข้าร่วมแข่งขันการออกแบบแฟชั่น โดยมีหัวข้อการแข่งขัน คือ “ประเทศญี่ปุ่น” 

 

 

พริมกล่าวว่า “เบนโตะ” หรือ “กล่องข้าวญี่ปุ่น” มีลักษณะเป็นช่องๆ สำหรับใส่อาหารแยกประเภท จึงนำลักษณะนี้มาออกแบบชุด ผสมผสานเข้ากับเทคนิคการทอ เพื่อสื่อถึงอาหารหลากหลายชนิดในเบนโตะ เช่น ข้าวญี่ปุ่น ผักต้ม ปลาย่าง สาเก ซูชิ 

เบนโตะยังมีวิธีการห่อเพื่อสะดวกต่อการพกพาที่เรียกว่า “ฟุโรชิกิ” (Furoshiki) วัฒนธรรมการห่อของด้วยผ้าในประเทศญี่ปุ่น ผ้าที่นำมาห่อจะมีลวดลายสวยงามและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคสมัย จึงเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่น ที่เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลมาปรุงอาหาร ได้แก่ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน

 

ผ้าที่พิมพ์ลวดลายเป็นผ้าทิ้งตัว เมื่อนำไปพิมพ์ลายด้วย เทคนิคซิลก์สกรีนจะได้สีที่สวยงาม ผ้าที่ใช้ห่อหรือมัดจะมีเนื้อผ้าคงรูป เพื่อแสดงรูปแบบการห่อและมัดได้อย่างชัดเจน วัสดุที่ใช้ในเทคนิคการทอ ได้แก่ ไหมพรม ด้าย และเส้นใยหนาที่มีผิวสัมผัสนุ่ม นอกจากนั้นยังใช้เทคนิคการสานหวายอันเป็นวัสดุจากธรรมชาติเพื่อสื่อถึง “เบนโตะดั้งเดิม” ที่ใช้ไม้ทำและยังสื่อถึงเสื่อไม้ไผ่ที่นิยมนำมาปั้นข้าวหรือทำซูชิ

พริมเล่าต่อว่าโทนสีของชุดเลือกใช้สีหลักที่แฝงความหมายของความรัก ได้แก่ สีแดง คือความรักที่มั่นคง, สีขาว ความรักที่บริสุทธิ์ และสีดำ ความรักนิรันดร์ เพราะเบนโตะเปรียบเสมือนตัวแทนความรักที่ภรรยาจัดเตรียมให้สามี ไปทำงาน พ่อแม่เตรียม เบนโตะให้ลูกไปโรงเรียน หรือแม้แต่ในวัยหนุ่มสาวให้เบนโตะเพื่อแสดงความรักในโอกาสต่างๆ อีกทั้งยังใช้สีเขียว สีทอง สีเหลือง สีเทา และสีน้ำตาล ในการทำลวดลายเพิ่มเติม

จากการชนะการประกวดในครั้งนี้ พริมจึงเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการออกแบบแฟชั่น และเรียนคอร์สแฟชั่นระยะสั้นกับสถาบันบุนกะแฟชั่น ประเทศญี่ปุ่น พร้อมโชว์ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศร่วมกับประเทศอื่นๆ ที่ร่วมโครงการ บนรันเวย์ คอลเล็กชั่น เจแปน แฟชั่น ที่ญี่ปุ่น

พริมกล่าวว่า ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้โอกาสไปเรียนรู้การออกแบบแฟชั่นที่ญี่ปุ่น เพราะที่ญี่ปุ่นมีการเรียนการสอนที่เป็นมืออาชีพ ส่งผลให้ตนเองเกิดการพัฒนาด้านฝีมือการออกแบบ ได้รับความรู้และเทคนิคด้านแฟชั่นที่หลากหลาย และได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านแฟชั่นกับผู้เชี่ยวชาญ เปรียบเสมือนการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการได้ร่วมโชว์ผลงานบนรันเวย์ระดับนานาชาติถือเป็นประสบการณ์ที่มิอาจประเมินค่าได้ 

“โอกาสไม่ใช่สิ่งที่จะมาหาเราได้ง่ายๆ บางครั้งเราต้องหาโอกาสให้ตัวเอง เมื่อได้รับโอกาสนั้นแล้วต้องทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรต้องอดทนและพยายามก้าวผ่านไปให้ได้ ไม่มีอุปสรรคไหนใหญ่เกินความพยายาม แม้ไม่มีประสบการณ์แต่เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้” พริมกล่าวทิ้งท้าย

เครื่องประดับไทยมีแววสดใส

นางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส เปิดเผยว่า สำนักงานได้สำรวจตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในสหรัฐอเมริกา พบว่า สินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นกลุ่มเครื่องประดับแพลทินัม ซึ่งเป็นที่ต้องการในกลุ่มเจ้าสาวและผู้หญิง, เครื่องประดับเงิน ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เพราะใส่ง่าย ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ราคาไม่สูงมาก, สินค้าสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนทำงานที่มีกำลังซื้อปานกลาง แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีความต้องการเพิ่มขึ้นมาก และเพชรพลอยสีต่างๆที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะยอดนำเข้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“พฤติกรรมของผู้บริโภคสหรัฐฯเปลี่ยนแปลงไป กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังเป็นตลาดหลักที่สำคัญ นิยมซื้อตามกระแสแฟชั่นที่ราคาไม่แพงเกินไป และหันไปซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะเว็บอเมซอน ส่งผลให้บริษัทต่างๆที่ขายในรูปแบบเดิมๆ ต้องปิดตัวหลายรายในปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยที่ต้องการบุกตลาดสหรัฐฯ ควรปรับตัวสู่รูปแบบการค้าออนไลน์มากขึ้น ให้ความสำคัญกับรูปแบบสินค้าและการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือวัสดุใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างที่สามารถใช้เป็นจุดขาย

สำหรับการเจาะตลาดนั้น นอกจากการขายสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด และเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ อาจจะต้องพิจารณาร่วมมือกับดีไซเนอร์ หรือแบรนด์เครื่องประดับในสหรัฐฯ เพื่อผลิตสินค้าร่วมกัน เพราะไทยมีจุดเด่นด้านคุณภาพและดีไซน์ โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักในงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ เพื่อหาคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น งาน JCK Las Vegas งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ

 

แฟชั่นสไตล์ แฝดสาม ถ้ามีพี่น้องแบบนี้ อยากจะลุกมาแต่งตัวทุกวันเลย

ว่ากันด้วยเรื่องแฝด แฝดสองก็ยังพอเห็นได้ทั่วไป แต่แฝดสามนี่สิ นานๆจะได้เห็นสักที แถมยังเป็น แฝดสาม ที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยล่ะ ตอนนี้ในอินสตาแกรมกำลังฮือฮากับภาพชิคๆ ของสามสาวที่เป็นแฝดกัน ทั้งหมดมีรูปร่าง หน้าตา และสไตล์การแต่งตัวที่เป็นไปในทางเดียวกันหมด จนมองผ่านๆ นึกว่าภาพตัดต่อ

โดยทั้งสามคนมีชื่อว่า Elnaz  Tanaz และ Golnaz อาศัยอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นวัยรุ่นแฝดสามที่สนุกกับการแต่งตัว แฟชั่นแต่ละชุดที่ใส่ ถูกคิดมาแล้วเป็นอย่างดี คุมโทนไม่ให้หลุดธีม จนมีแบรนด์ดังทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้พวกเธอใส่ถ่ายลงอินสตาแกรมอยู่หลายครั้ง ความเหมือนไม่ได้หยุดอยู่แค่การแต่งตัวเท่านั้น แต่พวกเธอยังไว้ผมยาวและแต่งหน้าเหมือนกันอีกต่างหาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าบังเอิญเดินสวนกัน จะทักชื่อให้ถูกได้ยังไงดี สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบความชิคนี้ ก็เข้าไปส่องไลฟ์สสไตล์ของสามแฝดได้ที่อินสตาแกรม thetripletsss เลยจ้า

 

How to แต่งตัวไปทะเล ยังไงให้ชิค ดูดี มีสไตล์

ทะเล เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่ต้องอยู่ในแพลนของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในหน้าร้อนแบบนี้ ถ้าไปได้เดินชิลๆ ฟังเสียงคลื่น เล่นน้ำทะเลคงจะฟินไม่น้อยแน่ๆ ว่าแต่จะไปทะเลทั้งที จะให้มานั่งใส่แต่เสื้อลายดอกคงจะเบื่อแย่ วันนี้เดี๋ยวเราจะพาไปดูไอเดีย แต่งตัวไปทะเล หลากหลายแบบ รับรองว่าเก๋ ดูดีมีสไตล์

1. เสื้อลายดอก

การแต่งตัวไปทะเล ลุคแรกๆ ที่คนนึกถึงเลยก็คือ การใส่เสื้อฮาวาย ลายดอกทั้งหลาย เนื่องจากการไปเที่ยวทะเลจะต้องเจอกับอากาศร้อนระดับ 10 เพราะฉะนั้นเราควรเลือกเนื้อผ้าที่บางเบา ใส่สบาย ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น ผ้าลินิน ผ้าฝ้าย เป็นต้น

แต่งตัวไปทะเล

2. เสื้อกล้าม/สายเดี่ยว/เกาะอก

ร้อนๆ แบบนี้ การเลือกใส่เสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว หรือเกาะอก ก็เป็นไอเดียที่เก๋ไม่น้อย สาวๆ อาจจะเพิ่มลูกเล่นให้กับลุค ด้วยการเลือกดีเทลของเสื้อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อย่างเช่น เสื้อสายเดี่ยวเว้าหลัง หรือเสื้อกล้ามเว้าแขนลึก แล้วอาจจะเลือกใส่ชุดว่ายน้ำไว้ข้างใน ก็ยิ่งดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก

แต่งตัวไปทะเล

3. ชุดสีขาว เรียบๆ มีสไตล์

อีกหนึ่งไอเดียการแต่งตัวไปทะเลแบบเก๋ๆ ก็คือ การใส่เสื้อผ้าสีขาว นอกจากจะเป็นสีที่คลาสสิคแล้ว ยังแมทช์กับชุดอะไรก็ดูเก๋ไปหมด ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็ลองหยิบกางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเก่งมาใส่ดูสิ รับรองว่าไม่มีเอาท์แน่นอน

แต่งตัวไปทะเล

แต่งตัวไปทะเล

4. แม็กซี่เดรสพริ้วๆ สักตัว

ไม่มีอะไรที่เหมาะกับอากาศฮอตปรอทแตกไปมากกว่าการใส่แม็กซี่เดรสเก๋ๆ สักตัวไปเดินชายหาดแล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้าเป็นผ้าพริ้วๆ นะ บอกเลยว่าใส่สบาย แถมยังถ่ายรูปออกมาสวยด้วยนะเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังสำหรับการใส่แม็กซี่เดรสเลยก็คือ จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับรูปร่างของตัวเอง โดยเฉพาะผู้หญิงร่างเล็ก ขืนเลือกผิด อาจจะทำให้ตัวตันได้นะ

แต่งตัวไปทะเล

5. เสื้อผ้าสีสันสดใส

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบใส่สีพื้นๆ อย่าง ขาว-ดำ การแต่งตัวไปทะเลครั้งนี้ขอแนะนำให้คุณใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสไปเลยจ้า รับรองเลยว่าคุณจะได้สนุกไปกับการเลือกสีนั้นมาแมทช์กับสีนี้ แถมถ่ายรูปออกมายังตัดกับน้ำทะเลไปอีก

แต่งตัวไปทะเล

แต่งตัวไปทะเล

ไอเทมที่ขาดไม่ได้สำหรับการไปทะเล

1. อุปกรณ์กันแดด

สาวๆ ก็รู้ว่าแดดเมืองไทยขึ้นชื่อแค่ไหน จัดมาให้เต็มกระเป๋าเลยค่ะ ไม่ว่าจะครีมกันแดด หมวกแว่นตา แม้จะมาเที่ยวแบบชิลๆ แต่เราก็ต้องรู้จักป้องกันสุขภาพผิวของเราด้วยนะ

แต่งตัวไปทะเล

2. ชุดว่ายน้ำ

รองจากครีมกันแดดก็ชุดว่ายน้ำนี่แหละที่ต้องมี เลือกมาเลยค่ะว่าจะใส่แบบไหน จะวันพีช หรือทูพีชได้หมด ขอแค่มั่นใจ ไม่ต้องกลัวเรื่องปัญหาขาแตกก้นลายเลย เพราะใครๆ เขาก็เป็น อย่าให้อุปสรรคแค่นี้มาขวางเราได้ ไปค่ะ!

แต่งตัวไปทะเล

แต่งตัวไปทะเล

3. อุปกรณ์กันน้ำ

เดี๋ยวนี้เวลาไปทะเล เขามีแอคทีวีตี้ให้เลือกทำเยอะมาก นอกจากว่ายน้ำ ก็มีการเล่นบานาน่าโบ๊ท ขี่เจ็ทสกี ดำน้ำดูปะการัง ฯลฯ เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะมีซองกันน้ำ หรือกระเป๋ากันน้ำติดตัวเอาไว้นะจ๊ะ ไม่ต้องไปหาไกลหรอก เอาจากที่เราเล่นสงกรานต์มานี่แหละ

4. รองเท้าแตะ

จะมาใส่ผ้าใบอยู่ทะเลก็อาจจะดูแปลกๆ ไปสักนีสนึง เพราะฉะนั้นพกรองเท้าแตะมาด้วยปลอดภัยกว่า สาวๆ อาจจะเลือกรองเท้าแตะที่มีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสามารถเพิ่มความเก๋ให้กับการแต่งตัวขึ้นไปอีก

แต่งตัวไปทะเล

5. กล้องถ่ายรูป

อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนมาทะเลชอบทำ ก็คือการถ่ายรูปเอาไว้อวดชาวโซเชียลนั่นเอง สำหรับใครที่ไม่มีกล้องถ่ายรูปก็ไม่ต้องนอยด์ไปนะคะ เพราะกล้องในมือถือเดี๋ยวนี้ ก็คุณภาพดี เทียบเท่ากับกล้องถ่ายรูปได้เหมือนกันนะ

แต่งตัวไปทะเล

บิวตี้-บุญศักดิ์ ยุระตา แฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ผ้าไทย “Khamkoon”

บิวตี้-บุญศักดิ์ ยุระตา แฟชั่นดีไซเนอร์คนเก่งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากผ้าไทย “Khamkoon” กับแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาแฟชั่นไทยให้ทันยุคทันสมัยและดังไกลถึงระดับโลก

แฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ผ้าไทย “Khamkoon”

Khamkoon

INSPIRATION

ด้วยความที่ชอบงานศิลปะวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก แม้จะเริ่มต้นด้วยการเรียนม.ปลายในสายวิทย์คณิต แต่ในที่สุดก็ค้นพบว่าตัวเองอยากเรียนสายแฟชั่นดีไซน์ที่กำลังเป็นที่นิยม ณ ตอนนั้นมากที่สุด ทำให้บิวตี้ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้เรียนรู้ลงลึกในงานแฟชั่นที่รัก และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดแบรนด์ผ้าไทยแท้ๆ อย่าง “Khamkoon” ขึ้นมา

HOW TO WORK

จุดเริ่มต้นจากผ้าไหมไทยแท้

“ในระหว่างที่เรียนรู้สึกสนุกกับการเรียน ชอบด้านการดีไซน์ที่สุด ชอบตรงที่แฟชั่นมันไม่มีขอบเขตจำกัดความคิดแต่ละบุคคล เราสามารถคิดค้นคว้าทำอะไรไปเรื่อยๆ ได้ พอถึงปี 3 เราก็มีโอกาสได้เริ่มทำธีสิส รีเสิร์จหาข้อมูล เลยเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “Khamkoon” มาจากผ้าไหมแพรวาของจ.กาฬสินธุ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดหนู เป็นผ้าไหมทอมือมาตั้งแต่โบราณ ความมาสเตอร์พีชของมันก็คือมีผืนละชิ้นเท่านั้น ไม่สามารถทำกลับมาใหม่ให้เหมือนเดิมได้ มันมีชิ้นเดียวในโลก แล้วเราก็มองว่าอยากให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงผ้าไหมไทยมากขึ้น เพราะถ้าคนพูดถึงผ้าไหมเขาจะมองว่าตัดได้แค่ชุดทำงานหรือชุดแบบผู้สูงอายุ เราก็เลยคิดว่าจะทำยังไงถึงจะให้ผ้าไหมได้เข้าไปในอยู่กระแสแฟชั่นของคนทุกยุคสมัย ทุกคนมองว่าผ้าไหมไม่แก่ไม่เชยอีกต่อไป อยากให้สินค้าไทยจากภูมิปัญญาไทยเข้าไปอยู่ในกระแสแฟชั่นไทย หรือเข้าไปอยู่ในกระแสแฟชั่นโลก ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย”

จุดเด่นของแบรนด์ “Khamkoon”

“Khamkoon เป็นภาษาผู้ไท แปลว่า ให้คุณค่า เพิ่มมูลค่าต่อสิ่งนั้นๆ ก็คือการที่หนูมีผ้าอยู่แล้ว คนภูไท จ.กาฬสินธุ์ เขาจะมีผ้าประจำบ้านอยู่แล้ว ก็เลยเอาผ้าพวกนี้มาเพิ่มมูลค่าต่อยอดให้คนรู้จักมากขึ้น จุดเด่นของแบรนด์เรา คือ จะเป็นผ้าลายพญานาคสีแดง ซึ่งมาจากประเพณีบุญบั้งไฟของชาวกาฬสินธุ์ แล้วเอามาผสมผสานให้มีความทันสมัย ทำเป็นโปรดักซ์ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าที่ดูแปลกตามากขึ้น”

Khamkoon

แรงบันดาลใจในการทำชิ้นงานแต่ละชิ้น

“แรงบันดาลใจแต่ละชิ้นงานมาจากการเสพแฟชั่นไปเรื่อยๆ แล้วนำมาใช้ในการออกแบบตัดเย็บ อย่างชิ้นงานล่าสุด “The Faith of Rain” ศรัทธาในสายฝน ที่เราอยากให้ผ้าแพรวาอยู่ในชีวิตประจำวันได้ เลยเลือกเอาผ้ามาทำกระเป๋าในรูปทรงที่ดูเท่และเก๋ เรียกว่าสวยแบบมีอารยธรรม ด้วยลายผ้าพญานาคสองแขนหุ้มดอกดาวที่คนโบราณเชื่อว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ ก็ถือว่าเป็นมงคลแก่ผู้ที่ได้เลือกใช้ เสริมบุคลิกและความมั่นใจไปในตัว รูปลักษณ์ของกระเป๋าก็ออกแบบให้ตอบโจทย์กับคนเมืองมากขึ้น สะพายไป ถึงเป็นผ้าไทยก็ไม่เชย”blogmichaelpagecl.com

ความรู้ด้านการออกแบบมาต่อยอดจนเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก

“การเรียนในคณะช่วยทั้งในเรื่องการออกแบบ แนวคิด และแรงบันดาลใจต่างๆ รวมถึงการตัดเย็บ งานทุกชิ้นของเราจะต้องมีการตัดเย็บที่ดีและเนี้ยบค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือวิชาการวางแผนธุรกิจ หนูได้เรียนรู้การโปรโมชั่นการตลาด ทำยังไงให้สินค้าเราน่าสนใจ ก็ทำให้เกิดเป็นแบรนด์ที่วางขายในโลกออนไลน์ขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ทำให้ตอนนี้กระแสความสนใจในผ้าไทยก็เพิ่มมากขึ้น ทั้งในสังคมออนไลน์และเน็ตไอดอลที่มีอิทธิพลทำให้หลายๆ คนเข้าถึงผ้าไทยได้มากขึ้น ส่วนทิศทางแบรนด์ในอนาคตหนูก็อยากจะมีแกลเลอรี่เล็กๆ เหมือนเป็นหน้าร้านให้คนที่สนใจเข้ามาชมสินค้าที่บ้านเราได้เลย”

THINKING TO CAMPUS

“ฝากถึงน้องๆ ที่เรียนสายศิลปกรรมแฟชั่นหรือคนนอกที่ไม่ได้เรียนแฟชั่น แต่มีความสนใจในเรื่องนี้ มันเป็นสิ่งที่ดี กับการที่เราคิดค้นอะไรใหม่ๆ ขึ้นหรือว่านำสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอดให้มันมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนแฟชั่นก็สามารถมาเรียนได้ ส่วนตัวอยากแนะนำแฟชั่นที่ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มีการสอดแทรกเรื่องธุรกิจเข้าไปในระหว่างเรียนด้วย น้องๆ ที่ไม่มีพื้นฐาน หรือแม้แต่ตัวบิวเองก็แทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ไม่ได้เป็นเด็กเรียนศิลป์มาก่อน แต่ก็เข้ามาเรียนได้ ขอแค่ให้มีใจรักและมีความสุขไปกับมัน ทุกอย่างมันก็จะออกมาดีหมด”

อาจารย์ ณธกร อุไรรัตน์

STARTUP ADVISOR

“คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นคณะที่สอนทางด้านศิลปะและการออกแบบ มีหลักสูตรวิชาให้นักศึกษาได้เลือกเรียนตามความถนัด คือ หลักสูตรคอมพิวเตอร์กราฟิก จะสอนทางด้านงานออกแบบกราฟิก ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในงานหลากหลายประเภท เช่น งานออกแบบแอนิเมชั่น งานออกแบบสื่อดิจิทัล รวมถึงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์องค์กร หลักสูตรออกแบบภายใน เน้นการสร้างสรรค์งานแตกต่างภายในที่พักอาศัย สถานที่ราชการ ร้านค้า และสถานที่ต่างๆ และหลักสูตรการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น ที่เน้นการออกแบบเครื่องแต่งกาย และแฟชั่นแอสเซสเซอรี่ ดังนั้นเห็นว่าทั้งสามหลักสูตรของคณะศิลปกรรมนั้นมีความน่าสนใจและมีโอกาสที่จะใช้ความรู้ที่ได้เรียนมานำไปสร้างธุรกิจของตัวเองได้จริง เพราะจะได้เรียนกับมืออาชีพ และระหว่างที่เรียนอยู่ เราจะมีโครงงานต่างๆ ที่เป็นงานของผู้ประกอบการจริงๆ มาเป็นโจทย์ให้นักศึกษาได้ลองออกแบบ และยิ่งไปกว่านั้น ผลงานที่ออกแบบ เราก็จะหาสถานที่และเวทีให้นักศึกษาได้แสดงจริงได้ขายจริงดังเหมือนกับรุ่นพี่ของเราที่ประสบผลสำเร็จอยู่ในอุตสาหกรรมการออกแบบทั้งในและต่างประเทศ ความสำเร็จไม่ต้องรอให้เรียนจบ จากโปรเจคในวิชาเรียน ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจ ต่อยอดสู่ธุรกิจ”

อาจารย์ ณธกร อุไรรัตน์

คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ร่วมชมและเชียร์ 8 ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศ สหกรุ๊ป แบงค็อก ยัง ดีไซเนอร์ อวอร์ด “CASUAL SOCIETY 4.0 รับแฟชั่นยุคดิจิทัล”

โครงการ SAHA GROUP BANGKOK YOUNG DESIGNER AWARDS 2018 (สหกรุ๊ป แบงค็อก ยัง ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2018) เวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษา หรือคนหลงรักงานแฟชั่น อายุ 18-25 ปี ได้โชว์ความสามารถ โดยปีนี้มาในโจทย์ “CASUAL SOCIETY 4.0 (แคชชวล โซไซตี้ 4.0) เมื่อสังคมขยับ ดีไซน์ต้องปรับให้ทัน” ท้าทายนักออกแบบแฟชั่นยุคดิจิทัลที่มีความคล่องตัว ใช้ความสนุกสนานมาผสมผสานสร้างสรรค์เสื้อผ้า โดยเน้นสไตล์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นเทรนด์แฟชั่นแบบใหม่ ที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ชิงเงินรางวัลและแพ็คเกจดูงานที่กรุงโตเกียว พร้อมเยี่ยมชมสถาบันบุนกะ สถาบันแฟชั่นที่ทันสมัยที่สุดในญี่ปุ่น และคอร์สเรียนจาก Bunka Fashion Academy ในไทย รวมมูลค่ากว่า 550,000 บาท ที่สำคัญผู้ที่ผ่านเข้ามาในรอบสุดท้ายจะได้รับโอกาสในการร่วมงานด้านแฟชั่นระดับอาชีพกับบริษัทในเครือสหพัฒน์อีกด้วย

ihatejjredick.com

เวทีประกวดในปีนี้ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยมี 8 ทีมสุดท้าย ผ่านเข้าสู่ “รอบชิงชนะเลิศ” สร้างผลงานตอบโจทย์ “CASUAL SOCIETY 4.0 ซึ่งเป็นนิสิต-นักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.ราชมงคลพระนคร ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ม.เกษมบัณฑิต และโรงเรียนบุนกะแฟชั่น ฯลฯ ซึ่งทุกทีมได้ตัดเย็บชุดจริงเตรียมจัดแสดงแฟชั่นโชว์แบบเต็มคอลเลกชั่น โดยมีบุคลากรชั้นแนวหน้าในวงการแฟชั่น ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานกว่า 70 ชุด ผ่านการแสดงแบบของเหล่าโมเดล จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย หลิน-มชณต สุวรรณมาศ มะปราง-จุติพร อรุณโชติ แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ ขอเชิญผู้สนใจร่วมชมและเชียร์ SAHA GROUP BANGKOK YOUNG DESIGNER AWARDS 2018 “รอบชิงชนะเลิศ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 14.30-16.30 น. (On Stage 15.00 น.) ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100 (ในงานสหกรุ๊ปแฟร์) ติดตามอัพเดทกิจกรรมหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ SAHA GROUP BANGKOK YOUNG DESIGNER AWARDS

ไอคิวทะลุฟ้า : แฟชั่นโชว์อิงวัฒนธรรม ยังดีไซเนอร์ ม.เกษมบัณฑิต

นักศึกษาภาควิชาออกแบบแฟชั่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เนรมิตรันเวย์สุดอลังการอวดผลงานแฟชั่นดีไซน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Dressmaker” ด้วยชุดเครื่อง แต่งกายที่ผสมผสานหลากหลาย ไอเดียทางวัฒนธรรม ออกแบบเอง ผลิตเอง รวม 19 คอลเล็กชั่น

สร้างความคึกคักให้กับรันเวย์แฟชั่น ผลงานจบของนักศึกษา โดยยึดโถง อีเดน ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นพื้นที่จัดแคตวอล์กสุดอลังฯ ในครั้งนี้

ดร.เสนีย์ สุวรรณคดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวถึงที่มาการจัดงานว่าเป็นการแสดงผลงานสำเร็จของนักศึกษา สาขาวิชาออกแบบแฟชั่น คณะศิลปศาสตร์ หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่การฝึกปฏิบัติในรายวิชาต่างๆ อย่างต่อเนื่องทุกมิติ ทั้งการย้อมผ้า การทอผ้า การเลือกใช้สี เทคนิคการออกแบบตัดเย็บ การจัดงานแฟชั่นโชว์ รวมถึงความรู้ในเชิงการบริหารจัดการธุรกิจแฟชั่น

ณัฐ รัตนวรรณ นักศึกษาเจ้าของผลงานชุด “OBLATION” เล่าถึงที่มาว่าได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของพวงมาลัยและทองคำเปลว โดยนำศิลปะการประดิษฐ์พวงมาลัยไทยมาเป็นแนวคิดในการออกแบบชุดราตรี จุดเด่น อยู่ที่การใช้รูปแบบโครงร่างที่เรียบง่าย เน้นเทคนิคการจับจีบผ้าให้มีลักษณะเหมือนการพับกลีบดอกไม้พวงมาลัย ผสมผสานลวดลายสีทองของทองคำเปลว

สื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของวัฒนธรรมกลิ่นอายและมนต์ขลังของเครื่องสักการบูชาที่สืบทอดกันมาช้านาน อยากช่วยสืบสานและเพิ่มมูลค่าของผ้าไทยซึ่งมีตลาดรองรับแน่นอนแต่ดีไซน์ต้องไม่จำเจ จากนี้ จะเดินหน้าสานฝันเพื่อสร้างแบรนด์ของตัวเองให้ได้

 

 

 

ขณะที่ มัณฑนา กลิ่นมาลัย มาพร้อมผลงานในชุด “AL AQSA” ที่มาของชุดจาก มัสยิดอัล-อักซอ ประเทศปาเลสไตน์ โดยนำโครงสร้าง ลวดลายสีของมัสยิดมาออกแบบสร้างสรรค์ลงบนชุด โดยออกแบบลวดลายใหม่ขึ้นมา ใช้เทคนิคการระบายสีน้ำและเทคนิคการสาน เพื่อแสดงรายละเอียดลงบนชุด รูปแบบของชุดจะปกปิดส่วนที่ต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม แต่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นร่วมสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืนกลายเป็นโมเดิร์นมุสลิมเดรส

ด้าน ธัญวลัย โภคินเมธาสิทธิ์ โชว์อีกหนึ่งผลงานที่ถูกจับตามอง บอกเล่าที่มาชุดแฟชั่น “DIGITECH” ว่า ปัจจุบันมนุษย์ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแทบจะตลอดเวลา เปรียบเสมือนเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ขณะเดียวกันเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่แต่ไม่ค่อยได้นำมาพัฒนาให้มีเทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงเกิด ความคิดผนวกรวมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน โดยนำเอาสาย LED ที่มีขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารผ่านสัญลักษณ์นำไปตัดเย็บร่วมกับผ้าอย่างประณีต ทำให้ไม่มีส่วนของสายไฟปรากฏให้เห็นอยู่บนชุด ส่วนแบตเตอรี่ซ่อนอยู่ในเครื่องเกาะเกี่ยวต่างๆ ของชุด ทำให้ “Digital Text Message LED” สามารถแสดงผลผ่านเสื้อผ้าได้ ทั้งรูปแบบข้อความ สัญลักษณ์ ใช้สื่อสารแทนการพูด ทั้งยังสามารถควบคุมเปลี่ยนข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนได้อีกด้วย

126 ชุด จาก 19 แนวความคิด ที่มาจากไอเดียว่าที่ดีไซเนอร์หน้าใหม่ นับเป็นการผสมผสานงานศิลปะและแฟชั่นได้อย่างลงตัว

ส่องความน่ารัก กับแฟชั่นคู่ซี้ต่างวัย ของคู่แม่-ลูกดาราที่หันมาแต่งชุดคู่กัน

แม่ลูกดารา คู่แรก จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคู่ของคุณแม่กุ๊บกิ๊บ กับ น้องเป่าเปา ที่ไม่ว่าจะจูงมือกันไปเที่ยวที่ไหน ก็จะไม้ทิ้งคอนเซปต์แต่งตัวชุดคู่ ให้แฟนๆ ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หรือว่ารองเท้า ทำให้ตอนนี้น้องเป่าเปากลายเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวน้อยไปเลยทีเดียว

คู่ที่ 2 ยกให้คู่ คุณแม่พลอย กับ ลูกๆ ทั้ง4คน ก็แหม.. ขนาดมีลูกหลายคน ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดครอบครัวเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกสาว ลูกชาย คุณแม่พลอยก็เอาอยู่หมด

คู่ที่ 3 คู่ของคุณแม่เป้ย กับ น้องโปรด ถึงแม้จะเป็นลูกชาย แต่คุณแม่เป้ยก็ยังจับคู่ชุดกับลูกได้น่ารักสุดๆ เอาไว้เป็นไอเดียแต่งตัวให้กับสาวๆ ที่มีลูกชายนะคะ เพราะแฟชั่นมีได้ไม่จำกัด

คู่ที่ 4 ครอบครัวเด็กเท่ห์นั่นเอง นั่นก็คือคู่ของ คุณแม่นานา และน้องบีน่า บรู๊คลิน ที่ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไงก็เท่ห์ ก็แนวไปเสียหมดihatejjredick.com

 

คู่ที่5 คู่คุณแม่แอฟ กับ น้องปีใหม่ ที่มักจะหาชุดคู่สไตล์หวานๆ น่ารักๆ มาใส่ด้วยกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งชุดนอนที่เขาก็มีใส่คู่กันด้วยนะ น่ารักแบบนี้จะไม่ให้ติดตามได้ยังไงล่ะคะ

คู่ที่ 6 คู่แม่ลูกหน้าเหมือน นั่นก็คือ คู่ของคุณแม่หนิง กับน้องณิริน นั่นเอง เรียกได้ว่าสวยไม่ทิ้งแถวกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะควงคู่กันแต่งตัวยังไงก็สวยได้ทุกลุค น่าอิจฉาจริงๆ

คู่สุดท้ายที่จะพามาส่องความน่ารักของการแต่งตัวชุดคู่ของแม่ลูกก็คือ คู่ของคุณแม่เมย์ กับน้องมายู นั่นเอง คู่นี้เรียกได้ว่าแต่งตัวคู่กันได้แบบน่ารักสุดๆ  ด้วยความที่คุณแม่เมย์ยังดูสาวดูสวยอยู่ด้วย ไม่ว่าจะแต่งชุดอะไรคู่กับลูกสาวก็รอดเจ้าค่ะ