โมเดลแฟชั่นน.ศ.สุดว้าว! “เบนโตะ”กล่องข้าวญี่ปุ่น

แรงบันดาลใจในการออกแบบแฟชั่นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ พริม จุฬาลักษณ์ ไชยการ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สร้างสรรค์เปลี่ยน “เบนโตะ” หรือกล่องข้าวญี่ปุ่น เป็นชุดดีไซน์สวยงาม หรูหรา เข้าตากรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน Sakura Collection 2018 Asia Student Award in Thailand โครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักออกแบบสมัครเล่นในทวีปเอเชีย เข้าร่วมแข่งขันการออกแบบแฟชั่น โดยมีหัวข้อการแข่งขัน คือ “ประเทศญี่ปุ่น” 

 

 

พริมกล่าวว่า “เบนโตะ” หรือ “กล่องข้าวญี่ปุ่น” มีลักษณะเป็นช่องๆ สำหรับใส่อาหารแยกประเภท จึงนำลักษณะนี้มาออกแบบชุด ผสมผสานเข้ากับเทคนิคการทอ เพื่อสื่อถึงอาหารหลากหลายชนิดในเบนโตะ เช่น ข้าวญี่ปุ่น ผักต้ม ปลาย่าง สาเก ซูชิ 

เบนโตะยังมีวิธีการห่อเพื่อสะดวกต่อการพกพาที่เรียกว่า “ฟุโรชิกิ” (Furoshiki) วัฒนธรรมการห่อของด้วยผ้าในประเทศญี่ปุ่น ผ้าที่นำมาห่อจะมีลวดลายสวยงามและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคสมัย จึงเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่น ที่เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลมาปรุงอาหาร ได้แก่ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน

 

ผ้าที่พิมพ์ลวดลายเป็นผ้าทิ้งตัว เมื่อนำไปพิมพ์ลายด้วย เทคนิคซิลก์สกรีนจะได้สีที่สวยงาม ผ้าที่ใช้ห่อหรือมัดจะมีเนื้อผ้าคงรูป เพื่อแสดงรูปแบบการห่อและมัดได้อย่างชัดเจน วัสดุที่ใช้ในเทคนิคการทอ ได้แก่ ไหมพรม ด้าย และเส้นใยหนาที่มีผิวสัมผัสนุ่ม นอกจากนั้นยังใช้เทคนิคการสานหวายอันเป็นวัสดุจากธรรมชาติเพื่อสื่อถึง “เบนโตะดั้งเดิม” ที่ใช้ไม้ทำและยังสื่อถึงเสื่อไม้ไผ่ที่นิยมนำมาปั้นข้าวหรือทำซูชิ

พริมเล่าต่อว่าโทนสีของชุดเลือกใช้สีหลักที่แฝงความหมายของความรัก ได้แก่ สีแดง คือความรักที่มั่นคง, สีขาว ความรักที่บริสุทธิ์ และสีดำ ความรักนิรันดร์ เพราะเบนโตะเปรียบเสมือนตัวแทนความรักที่ภรรยาจัดเตรียมให้สามี ไปทำงาน พ่อแม่เตรียม เบนโตะให้ลูกไปโรงเรียน หรือแม้แต่ในวัยหนุ่มสาวให้เบนโตะเพื่อแสดงความรักในโอกาสต่างๆ อีกทั้งยังใช้สีเขียว สีทอง สีเหลือง สีเทา และสีน้ำตาล ในการทำลวดลายเพิ่มเติม

จากการชนะการประกวดในครั้งนี้ พริมจึงเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการออกแบบแฟชั่น และเรียนคอร์สแฟชั่นระยะสั้นกับสถาบันบุนกะแฟชั่น ประเทศญี่ปุ่น พร้อมโชว์ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศร่วมกับประเทศอื่นๆ ที่ร่วมโครงการ บนรันเวย์ คอลเล็กชั่น เจแปน แฟชั่น ที่ญี่ปุ่น

พริมกล่าวว่า ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้โอกาสไปเรียนรู้การออกแบบแฟชั่นที่ญี่ปุ่น เพราะที่ญี่ปุ่นมีการเรียนการสอนที่เป็นมืออาชีพ ส่งผลให้ตนเองเกิดการพัฒนาด้านฝีมือการออกแบบ ได้รับความรู้และเทคนิคด้านแฟชั่นที่หลากหลาย และได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านแฟชั่นกับผู้เชี่ยวชาญ เปรียบเสมือนการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการได้ร่วมโชว์ผลงานบนรันเวย์ระดับนานาชาติถือเป็นประสบการณ์ที่มิอาจประเมินค่าได้ 

“โอกาสไม่ใช่สิ่งที่จะมาหาเราได้ง่ายๆ บางครั้งเราต้องหาโอกาสให้ตัวเอง เมื่อได้รับโอกาสนั้นแล้วต้องทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรต้องอดทนและพยายามก้าวผ่านไปให้ได้ ไม่มีอุปสรรคไหนใหญ่เกินความพยายาม แม้ไม่มีประสบการณ์แต่เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้” พริมกล่าวทิ้งท้าย

แฟชั่นสไตล์ แฝดสาม ถ้ามีพี่น้องแบบนี้ อยากจะลุกมาแต่งตัวทุกวันเลย

ว่ากันด้วยเรื่องแฝด แฝดสองก็ยังพอเห็นได้ทั่วไป แต่แฝดสามนี่สิ นานๆจะได้เห็นสักที แถมยังเป็น แฝดสาม ที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยล่ะ ตอนนี้ในอินสตาแกรมกำลังฮือฮากับภาพชิคๆ ของสามสาวที่เป็นแฝดกัน ทั้งหมดมีรูปร่าง หน้าตา และสไตล์การแต่งตัวที่เป็นไปในทางเดียวกันหมด จนมองผ่านๆ นึกว่าภาพตัดต่อ

โดยทั้งสามคนมีชื่อว่า Elnaz  Tanaz และ Golnaz อาศัยอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นวัยรุ่นแฝดสามที่สนุกกับการแต่งตัว แฟชั่นแต่ละชุดที่ใส่ ถูกคิดมาแล้วเป็นอย่างดี คุมโทนไม่ให้หลุดธีม จนมีแบรนด์ดังทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้พวกเธอใส่ถ่ายลงอินสตาแกรมอยู่หลายครั้ง ความเหมือนไม่ได้หยุดอยู่แค่การแต่งตัวเท่านั้น แต่พวกเธอยังไว้ผมยาวและแต่งหน้าเหมือนกันอีกต่างหาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าบังเอิญเดินสวนกัน จะทักชื่อให้ถูกได้ยังไงดี สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบความชิคนี้ ก็เข้าไปส่องไลฟ์สสไตล์ของสามแฝดได้ที่อินสตาแกรม thetripletsss เลยจ้า

 

How to แต่งตัวไปทะเล ยังไงให้ชิค ดูดี มีสไตล์

ทะเล เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่ต้องอยู่ในแพลนของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในหน้าร้อนแบบนี้ ถ้าไปได้เดินชิลๆ ฟังเสียงคลื่น เล่นน้ำทะเลคงจะฟินไม่น้อยแน่ๆ ว่าแต่จะไปทะเลทั้งที จะให้มานั่งใส่แต่เสื้อลายดอกคงจะเบื่อแย่ วันนี้เดี๋ยวเราจะพาไปดูไอเดีย แต่งตัวไปทะเล หลากหลายแบบ รับรองว่าเก๋ ดูดีมีสไตล์

1. เสื้อลายดอก

การแต่งตัวไปทะเล ลุคแรกๆ ที่คนนึกถึงเลยก็คือ การใส่เสื้อฮาวาย ลายดอกทั้งหลาย เนื่องจากการไปเที่ยวทะเลจะต้องเจอกับอากาศร้อนระดับ 10 เพราะฉะนั้นเราควรเลือกเนื้อผ้าที่บางเบา ใส่สบาย ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น ผ้าลินิน ผ้าฝ้าย เป็นต้น

แต่งตัวไปทะเล

2. เสื้อกล้าม/สายเดี่ยว/เกาะอก

ร้อนๆ แบบนี้ การเลือกใส่เสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว หรือเกาะอก ก็เป็นไอเดียที่เก๋ไม่น้อย สาวๆ อาจจะเพิ่มลูกเล่นให้กับลุค ด้วยการเลือกดีเทลของเสื้อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อย่างเช่น เสื้อสายเดี่ยวเว้าหลัง หรือเสื้อกล้ามเว้าแขนลึก แล้วอาจจะเลือกใส่ชุดว่ายน้ำไว้ข้างใน ก็ยิ่งดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก

แต่งตัวไปทะเล

3. ชุดสีขาว เรียบๆ มีสไตล์

อีกหนึ่งไอเดียการแต่งตัวไปทะเลแบบเก๋ๆ ก็คือ การใส่เสื้อผ้าสีขาว นอกจากจะเป็นสีที่คลาสสิคแล้ว ยังแมทช์กับชุดอะไรก็ดูเก๋ไปหมด ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็ลองหยิบกางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเก่งมาใส่ดูสิ รับรองว่าไม่มีเอาท์แน่นอน

แต่งตัวไปทะเล

แต่งตัวไปทะเล

4. แม็กซี่เดรสพริ้วๆ สักตัว

ไม่มีอะไรที่เหมาะกับอากาศฮอตปรอทแตกไปมากกว่าการใส่แม็กซี่เดรสเก๋ๆ สักตัวไปเดินชายหาดแล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้าเป็นผ้าพริ้วๆ นะ บอกเลยว่าใส่สบาย แถมยังถ่ายรูปออกมาสวยด้วยนะเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังสำหรับการใส่แม็กซี่เดรสเลยก็คือ จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับรูปร่างของตัวเอง โดยเฉพาะผู้หญิงร่างเล็ก ขืนเลือกผิด อาจจะทำให้ตัวตันได้นะ

แต่งตัวไปทะเล

5. เสื้อผ้าสีสันสดใส

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบใส่สีพื้นๆ อย่าง ขาว-ดำ การแต่งตัวไปทะเลครั้งนี้ขอแนะนำให้คุณใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสไปเลยจ้า รับรองเลยว่าคุณจะได้สนุกไปกับการเลือกสีนั้นมาแมทช์กับสีนี้ แถมถ่ายรูปออกมายังตัดกับน้ำทะเลไปอีก

แต่งตัวไปทะเล

แต่งตัวไปทะเล

ไอเทมที่ขาดไม่ได้สำหรับการไปทะเล

1. อุปกรณ์กันแดด

สาวๆ ก็รู้ว่าแดดเมืองไทยขึ้นชื่อแค่ไหน จัดมาให้เต็มกระเป๋าเลยค่ะ ไม่ว่าจะครีมกันแดด หมวกแว่นตา แม้จะมาเที่ยวแบบชิลๆ แต่เราก็ต้องรู้จักป้องกันสุขภาพผิวของเราด้วยนะ

แต่งตัวไปทะเล

2. ชุดว่ายน้ำ

รองจากครีมกันแดดก็ชุดว่ายน้ำนี่แหละที่ต้องมี เลือกมาเลยค่ะว่าจะใส่แบบไหน จะวันพีช หรือทูพีชได้หมด ขอแค่มั่นใจ ไม่ต้องกลัวเรื่องปัญหาขาแตกก้นลายเลย เพราะใครๆ เขาก็เป็น อย่าให้อุปสรรคแค่นี้มาขวางเราได้ ไปค่ะ!

แต่งตัวไปทะเล

แต่งตัวไปทะเล

3. อุปกรณ์กันน้ำ

เดี๋ยวนี้เวลาไปทะเล เขามีแอคทีวีตี้ให้เลือกทำเยอะมาก นอกจากว่ายน้ำ ก็มีการเล่นบานาน่าโบ๊ท ขี่เจ็ทสกี ดำน้ำดูปะการัง ฯลฯ เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะมีซองกันน้ำ หรือกระเป๋ากันน้ำติดตัวเอาไว้นะจ๊ะ ไม่ต้องไปหาไกลหรอก เอาจากที่เราเล่นสงกรานต์มานี่แหละ

4. รองเท้าแตะ

จะมาใส่ผ้าใบอยู่ทะเลก็อาจจะดูแปลกๆ ไปสักนีสนึง เพราะฉะนั้นพกรองเท้าแตะมาด้วยปลอดภัยกว่า สาวๆ อาจจะเลือกรองเท้าแตะที่มีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสามารถเพิ่มความเก๋ให้กับการแต่งตัวขึ้นไปอีก

แต่งตัวไปทะเล

5. กล้องถ่ายรูป

อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนมาทะเลชอบทำ ก็คือการถ่ายรูปเอาไว้อวดชาวโซเชียลนั่นเอง สำหรับใครที่ไม่มีกล้องถ่ายรูปก็ไม่ต้องนอยด์ไปนะคะ เพราะกล้องในมือถือเดี๋ยวนี้ ก็คุณภาพดี เทียบเท่ากับกล้องถ่ายรูปได้เหมือนกันนะ

แต่งตัวไปทะเล

บิวตี้-บุญศักดิ์ ยุระตา แฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ผ้าไทย “Khamkoon”

บิวตี้-บุญศักดิ์ ยุระตา แฟชั่นดีไซเนอร์คนเก่งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากผ้าไทย “Khamkoon” กับแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาแฟชั่นไทยให้ทันยุคทันสมัยและดังไกลถึงระดับโลก

แฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ผ้าไทย “Khamkoon”

Khamkoon

INSPIRATION

ด้วยความที่ชอบงานศิลปะวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก แม้จะเริ่มต้นด้วยการเรียนม.ปลายในสายวิทย์คณิต แต่ในที่สุดก็ค้นพบว่าตัวเองอยากเรียนสายแฟชั่นดีไซน์ที่กำลังเป็นที่นิยม ณ ตอนนั้นมากที่สุด ทำให้บิวตี้ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้เรียนรู้ลงลึกในงานแฟชั่นที่รัก และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดแบรนด์ผ้าไทยแท้ๆ อย่าง “Khamkoon” ขึ้นมา

HOW TO WORK

จุดเริ่มต้นจากผ้าไหมไทยแท้

“ในระหว่างที่เรียนรู้สึกสนุกกับการเรียน ชอบด้านการดีไซน์ที่สุด ชอบตรงที่แฟชั่นมันไม่มีขอบเขตจำกัดความคิดแต่ละบุคคล เราสามารถคิดค้นคว้าทำอะไรไปเรื่อยๆ ได้ พอถึงปี 3 เราก็มีโอกาสได้เริ่มทำธีสิส รีเสิร์จหาข้อมูล เลยเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “Khamkoon” มาจากผ้าไหมแพรวาของจ.กาฬสินธุ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดหนู เป็นผ้าไหมทอมือมาตั้งแต่โบราณ ความมาสเตอร์พีชของมันก็คือมีผืนละชิ้นเท่านั้น ไม่สามารถทำกลับมาใหม่ให้เหมือนเดิมได้ มันมีชิ้นเดียวในโลก แล้วเราก็มองว่าอยากให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงผ้าไหมไทยมากขึ้น เพราะถ้าคนพูดถึงผ้าไหมเขาจะมองว่าตัดได้แค่ชุดทำงานหรือชุดแบบผู้สูงอายุ เราก็เลยคิดว่าจะทำยังไงถึงจะให้ผ้าไหมได้เข้าไปในอยู่กระแสแฟชั่นของคนทุกยุคสมัย ทุกคนมองว่าผ้าไหมไม่แก่ไม่เชยอีกต่อไป อยากให้สินค้าไทยจากภูมิปัญญาไทยเข้าไปอยู่ในกระแสแฟชั่นไทย หรือเข้าไปอยู่ในกระแสแฟชั่นโลก ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย”

จุดเด่นของแบรนด์ “Khamkoon”

“Khamkoon เป็นภาษาผู้ไท แปลว่า ให้คุณค่า เพิ่มมูลค่าต่อสิ่งนั้นๆ ก็คือการที่หนูมีผ้าอยู่แล้ว คนภูไท จ.กาฬสินธุ์ เขาจะมีผ้าประจำบ้านอยู่แล้ว ก็เลยเอาผ้าพวกนี้มาเพิ่มมูลค่าต่อยอดให้คนรู้จักมากขึ้น จุดเด่นของแบรนด์เรา คือ จะเป็นผ้าลายพญานาคสีแดง ซึ่งมาจากประเพณีบุญบั้งไฟของชาวกาฬสินธุ์ แล้วเอามาผสมผสานให้มีความทันสมัย ทำเป็นโปรดักซ์ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าที่ดูแปลกตามากขึ้น”

Khamkoon

แรงบันดาลใจในการทำชิ้นงานแต่ละชิ้น

“แรงบันดาลใจแต่ละชิ้นงานมาจากการเสพแฟชั่นไปเรื่อยๆ แล้วนำมาใช้ในการออกแบบตัดเย็บ อย่างชิ้นงานล่าสุด “The Faith of Rain” ศรัทธาในสายฝน ที่เราอยากให้ผ้าแพรวาอยู่ในชีวิตประจำวันได้ เลยเลือกเอาผ้ามาทำกระเป๋าในรูปทรงที่ดูเท่และเก๋ เรียกว่าสวยแบบมีอารยธรรม ด้วยลายผ้าพญานาคสองแขนหุ้มดอกดาวที่คนโบราณเชื่อว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ ก็ถือว่าเป็นมงคลแก่ผู้ที่ได้เลือกใช้ เสริมบุคลิกและความมั่นใจไปในตัว รูปลักษณ์ของกระเป๋าก็ออกแบบให้ตอบโจทย์กับคนเมืองมากขึ้น สะพายไป ถึงเป็นผ้าไทยก็ไม่เชย”blogmichaelpagecl.com

ความรู้ด้านการออกแบบมาต่อยอดจนเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก

“การเรียนในคณะช่วยทั้งในเรื่องการออกแบบ แนวคิด และแรงบันดาลใจต่างๆ รวมถึงการตัดเย็บ งานทุกชิ้นของเราจะต้องมีการตัดเย็บที่ดีและเนี้ยบค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือวิชาการวางแผนธุรกิจ หนูได้เรียนรู้การโปรโมชั่นการตลาด ทำยังไงให้สินค้าเราน่าสนใจ ก็ทำให้เกิดเป็นแบรนด์ที่วางขายในโลกออนไลน์ขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ทำให้ตอนนี้กระแสความสนใจในผ้าไทยก็เพิ่มมากขึ้น ทั้งในสังคมออนไลน์และเน็ตไอดอลที่มีอิทธิพลทำให้หลายๆ คนเข้าถึงผ้าไทยได้มากขึ้น ส่วนทิศทางแบรนด์ในอนาคตหนูก็อยากจะมีแกลเลอรี่เล็กๆ เหมือนเป็นหน้าร้านให้คนที่สนใจเข้ามาชมสินค้าที่บ้านเราได้เลย”

THINKING TO CAMPUS

“ฝากถึงน้องๆ ที่เรียนสายศิลปกรรมแฟชั่นหรือคนนอกที่ไม่ได้เรียนแฟชั่น แต่มีความสนใจในเรื่องนี้ มันเป็นสิ่งที่ดี กับการที่เราคิดค้นอะไรใหม่ๆ ขึ้นหรือว่านำสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอดให้มันมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนแฟชั่นก็สามารถมาเรียนได้ ส่วนตัวอยากแนะนำแฟชั่นที่ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มีการสอดแทรกเรื่องธุรกิจเข้าไปในระหว่างเรียนด้วย น้องๆ ที่ไม่มีพื้นฐาน หรือแม้แต่ตัวบิวเองก็แทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ไม่ได้เป็นเด็กเรียนศิลป์มาก่อน แต่ก็เข้ามาเรียนได้ ขอแค่ให้มีใจรักและมีความสุขไปกับมัน ทุกอย่างมันก็จะออกมาดีหมด”

อาจารย์ ณธกร อุไรรัตน์

STARTUP ADVISOR

“คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นคณะที่สอนทางด้านศิลปะและการออกแบบ มีหลักสูตรวิชาให้นักศึกษาได้เลือกเรียนตามความถนัด คือ หลักสูตรคอมพิวเตอร์กราฟิก จะสอนทางด้านงานออกแบบกราฟิก ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในงานหลากหลายประเภท เช่น งานออกแบบแอนิเมชั่น งานออกแบบสื่อดิจิทัล รวมถึงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์องค์กร หลักสูตรออกแบบภายใน เน้นการสร้างสรรค์งานแตกต่างภายในที่พักอาศัย สถานที่ราชการ ร้านค้า และสถานที่ต่างๆ และหลักสูตรการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น ที่เน้นการออกแบบเครื่องแต่งกาย และแฟชั่นแอสเซสเซอรี่ ดังนั้นเห็นว่าทั้งสามหลักสูตรของคณะศิลปกรรมนั้นมีความน่าสนใจและมีโอกาสที่จะใช้ความรู้ที่ได้เรียนมานำไปสร้างธุรกิจของตัวเองได้จริง เพราะจะได้เรียนกับมืออาชีพ และระหว่างที่เรียนอยู่ เราจะมีโครงงานต่างๆ ที่เป็นงานของผู้ประกอบการจริงๆ มาเป็นโจทย์ให้นักศึกษาได้ลองออกแบบ และยิ่งไปกว่านั้น ผลงานที่ออกแบบ เราก็จะหาสถานที่และเวทีให้นักศึกษาได้แสดงจริงได้ขายจริงดังเหมือนกับรุ่นพี่ของเราที่ประสบผลสำเร็จอยู่ในอุตสาหกรรมการออกแบบทั้งในและต่างประเทศ ความสำเร็จไม่ต้องรอให้เรียนจบ จากโปรเจคในวิชาเรียน ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจ ต่อยอดสู่ธุรกิจ”

อาจารย์ ณธกร อุไรรัตน์

คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ร่วมชมและเชียร์ 8 ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศ สหกรุ๊ป แบงค็อก ยัง ดีไซเนอร์ อวอร์ด “CASUAL SOCIETY 4.0 รับแฟชั่นยุคดิจิทัล”

โครงการ SAHA GROUP BANGKOK YOUNG DESIGNER AWARDS 2018 (สหกรุ๊ป แบงค็อก ยัง ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2018) เวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษา หรือคนหลงรักงานแฟชั่น อายุ 18-25 ปี ได้โชว์ความสามารถ โดยปีนี้มาในโจทย์ “CASUAL SOCIETY 4.0 (แคชชวล โซไซตี้ 4.0) เมื่อสังคมขยับ ดีไซน์ต้องปรับให้ทัน” ท้าทายนักออกแบบแฟชั่นยุคดิจิทัลที่มีความคล่องตัว ใช้ความสนุกสนานมาผสมผสานสร้างสรรค์เสื้อผ้า โดยเน้นสไตล์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นเทรนด์แฟชั่นแบบใหม่ ที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ชิงเงินรางวัลและแพ็คเกจดูงานที่กรุงโตเกียว พร้อมเยี่ยมชมสถาบันบุนกะ สถาบันแฟชั่นที่ทันสมัยที่สุดในญี่ปุ่น และคอร์สเรียนจาก Bunka Fashion Academy ในไทย รวมมูลค่ากว่า 550,000 บาท ที่สำคัญผู้ที่ผ่านเข้ามาในรอบสุดท้ายจะได้รับโอกาสในการร่วมงานด้านแฟชั่นระดับอาชีพกับบริษัทในเครือสหพัฒน์อีกด้วย

ihatejjredick.com

เวทีประกวดในปีนี้ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยมี 8 ทีมสุดท้าย ผ่านเข้าสู่ “รอบชิงชนะเลิศ” สร้างผลงานตอบโจทย์ “CASUAL SOCIETY 4.0 ซึ่งเป็นนิสิต-นักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.ราชมงคลพระนคร ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ม.เกษมบัณฑิต และโรงเรียนบุนกะแฟชั่น ฯลฯ ซึ่งทุกทีมได้ตัดเย็บชุดจริงเตรียมจัดแสดงแฟชั่นโชว์แบบเต็มคอลเลกชั่น โดยมีบุคลากรชั้นแนวหน้าในวงการแฟชั่น ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานกว่า 70 ชุด ผ่านการแสดงแบบของเหล่าโมเดล จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย หลิน-มชณต สุวรรณมาศ มะปราง-จุติพร อรุณโชติ แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ ขอเชิญผู้สนใจร่วมชมและเชียร์ SAHA GROUP BANGKOK YOUNG DESIGNER AWARDS 2018 “รอบชิงชนะเลิศ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 14.30-16.30 น. (On Stage 15.00 น.) ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100 (ในงานสหกรุ๊ปแฟร์) ติดตามอัพเดทกิจกรรมหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ SAHA GROUP BANGKOK YOUNG DESIGNER AWARDS

ไอคิวทะลุฟ้า : แฟชั่นโชว์อิงวัฒนธรรม ยังดีไซเนอร์ ม.เกษมบัณฑิต

นักศึกษาภาควิชาออกแบบแฟชั่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เนรมิตรันเวย์สุดอลังการอวดผลงานแฟชั่นดีไซน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Dressmaker” ด้วยชุดเครื่อง แต่งกายที่ผสมผสานหลากหลาย ไอเดียทางวัฒนธรรม ออกแบบเอง ผลิตเอง รวม 19 คอลเล็กชั่น

สร้างความคึกคักให้กับรันเวย์แฟชั่น ผลงานจบของนักศึกษา โดยยึดโถง อีเดน ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นพื้นที่จัดแคตวอล์กสุดอลังฯ ในครั้งนี้

ดร.เสนีย์ สุวรรณคดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวถึงที่มาการจัดงานว่าเป็นการแสดงผลงานสำเร็จของนักศึกษา สาขาวิชาออกแบบแฟชั่น คณะศิลปศาสตร์ หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่การฝึกปฏิบัติในรายวิชาต่างๆ อย่างต่อเนื่องทุกมิติ ทั้งการย้อมผ้า การทอผ้า การเลือกใช้สี เทคนิคการออกแบบตัดเย็บ การจัดงานแฟชั่นโชว์ รวมถึงความรู้ในเชิงการบริหารจัดการธุรกิจแฟชั่น

ณัฐ รัตนวรรณ นักศึกษาเจ้าของผลงานชุด “OBLATION” เล่าถึงที่มาว่าได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของพวงมาลัยและทองคำเปลว โดยนำศิลปะการประดิษฐ์พวงมาลัยไทยมาเป็นแนวคิดในการออกแบบชุดราตรี จุดเด่น อยู่ที่การใช้รูปแบบโครงร่างที่เรียบง่าย เน้นเทคนิคการจับจีบผ้าให้มีลักษณะเหมือนการพับกลีบดอกไม้พวงมาลัย ผสมผสานลวดลายสีทองของทองคำเปลว

สื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของวัฒนธรรมกลิ่นอายและมนต์ขลังของเครื่องสักการบูชาที่สืบทอดกันมาช้านาน อยากช่วยสืบสานและเพิ่มมูลค่าของผ้าไทยซึ่งมีตลาดรองรับแน่นอนแต่ดีไซน์ต้องไม่จำเจ จากนี้ จะเดินหน้าสานฝันเพื่อสร้างแบรนด์ของตัวเองให้ได้

 

 

 

ขณะที่ มัณฑนา กลิ่นมาลัย มาพร้อมผลงานในชุด “AL AQSA” ที่มาของชุดจาก มัสยิดอัล-อักซอ ประเทศปาเลสไตน์ โดยนำโครงสร้าง ลวดลายสีของมัสยิดมาออกแบบสร้างสรรค์ลงบนชุด โดยออกแบบลวดลายใหม่ขึ้นมา ใช้เทคนิคการระบายสีน้ำและเทคนิคการสาน เพื่อแสดงรายละเอียดลงบนชุด รูปแบบของชุดจะปกปิดส่วนที่ต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม แต่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นร่วมสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืนกลายเป็นโมเดิร์นมุสลิมเดรส

ด้าน ธัญวลัย โภคินเมธาสิทธิ์ โชว์อีกหนึ่งผลงานที่ถูกจับตามอง บอกเล่าที่มาชุดแฟชั่น “DIGITECH” ว่า ปัจจุบันมนุษย์ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแทบจะตลอดเวลา เปรียบเสมือนเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ขณะเดียวกันเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่แต่ไม่ค่อยได้นำมาพัฒนาให้มีเทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงเกิด ความคิดผนวกรวมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน โดยนำเอาสาย LED ที่มีขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารผ่านสัญลักษณ์นำไปตัดเย็บร่วมกับผ้าอย่างประณีต ทำให้ไม่มีส่วนของสายไฟปรากฏให้เห็นอยู่บนชุด ส่วนแบตเตอรี่ซ่อนอยู่ในเครื่องเกาะเกี่ยวต่างๆ ของชุด ทำให้ “Digital Text Message LED” สามารถแสดงผลผ่านเสื้อผ้าได้ ทั้งรูปแบบข้อความ สัญลักษณ์ ใช้สื่อสารแทนการพูด ทั้งยังสามารถควบคุมเปลี่ยนข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนได้อีกด้วย

126 ชุด จาก 19 แนวความคิด ที่มาจากไอเดียว่าที่ดีไซเนอร์หน้าใหม่ นับเป็นการผสมผสานงานศิลปะและแฟชั่นได้อย่างลงตัว

ส่องความน่ารัก กับแฟชั่นคู่ซี้ต่างวัย ของคู่แม่-ลูกดาราที่หันมาแต่งชุดคู่กัน

แม่ลูกดารา คู่แรก จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคู่ของคุณแม่กุ๊บกิ๊บ กับ น้องเป่าเปา ที่ไม่ว่าจะจูงมือกันไปเที่ยวที่ไหน ก็จะไม้ทิ้งคอนเซปต์แต่งตัวชุดคู่ ให้แฟนๆ ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หรือว่ารองเท้า ทำให้ตอนนี้น้องเป่าเปากลายเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวน้อยไปเลยทีเดียว

คู่ที่ 2 ยกให้คู่ คุณแม่พลอย กับ ลูกๆ ทั้ง4คน ก็แหม.. ขนาดมีลูกหลายคน ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดครอบครัวเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกสาว ลูกชาย คุณแม่พลอยก็เอาอยู่หมด

คู่ที่ 3 คู่ของคุณแม่เป้ย กับ น้องโปรด ถึงแม้จะเป็นลูกชาย แต่คุณแม่เป้ยก็ยังจับคู่ชุดกับลูกได้น่ารักสุดๆ เอาไว้เป็นไอเดียแต่งตัวให้กับสาวๆ ที่มีลูกชายนะคะ เพราะแฟชั่นมีได้ไม่จำกัด

คู่ที่ 4 ครอบครัวเด็กเท่ห์นั่นเอง นั่นก็คือคู่ของ คุณแม่นานา และน้องบีน่า บรู๊คลิน ที่ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไงก็เท่ห์ ก็แนวไปเสียหมดihatejjredick.com

 

คู่ที่5 คู่คุณแม่แอฟ กับ น้องปีใหม่ ที่มักจะหาชุดคู่สไตล์หวานๆ น่ารักๆ มาใส่ด้วยกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งชุดนอนที่เขาก็มีใส่คู่กันด้วยนะ น่ารักแบบนี้จะไม่ให้ติดตามได้ยังไงล่ะคะ

คู่ที่ 6 คู่แม่ลูกหน้าเหมือน นั่นก็คือ คู่ของคุณแม่หนิง กับน้องณิริน นั่นเอง เรียกได้ว่าสวยไม่ทิ้งแถวกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะควงคู่กันแต่งตัวยังไงก็สวยได้ทุกลุค น่าอิจฉาจริงๆ

คู่สุดท้ายที่จะพามาส่องความน่ารักของการแต่งตัวชุดคู่ของแม่ลูกก็คือ คู่ของคุณแม่เมย์ กับน้องมายู นั่นเอง คู่นี้เรียกได้ว่าแต่งตัวคู่กันได้แบบน่ารักสุดๆ  ด้วยความที่คุณแม่เมย์ยังดูสาวดูสวยอยู่ด้วย ไม่ว่าจะแต่งชุดอะไรคู่กับลูกสาวก็รอดเจ้าค่ะ

“ผ้าไหมไทย”ไปโชว์ภูมิปัญญาที่”บาเลนเซีย”

เครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย

โอกาสสำหรับคนรักผ้าไทยมาถึงแล้ว เมื่อ  ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย รัตติกุล จันทร์สุริยา เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสเปน ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการด้านผ้าไทยและการแสดงแฟชั่นโชว์ผลงานการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย ซึ่งผ้าในกิจกรรมดังกล่าว มาจากโครงการ “ออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยเพื่อการสวมใส่ทุกวัน”(Ready To Wear) โดยนักออกแบบชาวไทย 2 ท่าน ได้แก่ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ และ พลัฏฐ์ พลาฎิ ซึ่งตัดเย็บจากผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผ้าไหมทอมือ จากกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ และจังหวัดนครชัยบุรินทร์จำนวน 40 ชุด โดยได้นำไปจัดแสดงในรูปแบบแฟชั่นโชว์ ในงานนิทรรศการผ้าไหมไทย ที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน เมื่อวันก่อน

"ผ้าไหมไทย"ไปโชว์ภูมิปัญญาที่"บาเลนเซีย"

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ (ที่สองจากซ้าย) ร่วมสัมมนาวิชาการ

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เผยว่า โครงการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยเพื่อการสวมใส่ทุกวัน มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทย ตามพระราชปณิธาน

ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเป็นการสนับสนุนนักออกแบบเครื่องแต่งกายชาวไทย ให้สร้างสรรค์ผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกายโดยใช้ผ้าไทย จากกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ และกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ฯลฯ มาออกแบบให้มีความทันสมัยและสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมรายได้แก่ผู้ประกอบการผ้าไทยและเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สายตาชาวโลก เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ในปี 2561 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จึงได้คัดเลือกดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย จำนวน 4 ท่าน มาเป็นผู้ออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน จำนวน 86 ชุด ประกอบด้วย ธีระ ฉันทสวัสดิ์ จำนวน 30 ชุด, พลัฏฐ์ พลาฎิ จำนวน 30 ชุด, ประภากาศ อังศุสิงห์ จำนวน 13 ชุด และ เอก ทองประเสริฐ จำนวน 13 ชุด

"ผ้าไหมไทย"ไปโชว์ภูมิปัญญาที่"บาเลนเซีย"

พลัฏฐ์ พลาฎิ และผลงานชุดผ้าไทมร่วมสมัย

“เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้นำผลงานของนักออกแบบชาวไทย 2 ท่าน จากโครงการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยเพื่อการสวมใส่ทุกวัน ได้แก่ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ และ พลัฏฐ์ พลาฎิ รวม 40 ชุด ซึ่งเป็นชุดที่ตัดเย็บโดยผ้าไหมจาก กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผ้าทอมือไปร่วมนิทรรศการแสดงผลงานในรูปแบบของแฟชั่นโชว์ และร่วมการสัมมนาวิชาการด้านผ้าไทย ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าไหม (Colegio del Arte Mayor de la Seda) เนื่องในโอกาสงานนิทรรศการผ้าไหมไทย ที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยมี Vicente Genovés ประธานพิพิธภัณฑ์ผ้าไหม, Jose Maria Chiquillo สมาชิกสภาเมืองบาเลนเซีย, Rosa Esteban ผู้อำนวยการโรงเรียนศิลปะและการออกแบบแห่งบาเลนเซีย และ ผู้อำนวยการสถาบันการแต่งหน้า-ทำผม, เอ็มจีเอ็ม โปรเฟชชั่นแนล เมกอัพ ตลอดจนบุคคลสำคัญอื่นๆ และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน ในเมืองบาเลนเซีย อาทิ ประธานหอการค้าเมืองบาเลนเซีย สมาชิกสภาเมือง ผู้แทนรัฐบาลแคว้นบาเลนเซีย ตลอดจนชาวบาเลนเซีย และชุมชนคนไทยในเมืองบาเลนเซีย ให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมากกว่า 250 คน นอกจากนี้สองดีไซเนอร์จากโครงการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยเพื่อการสวมใส่ทุกวัน ยังได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เกี่ยวกับผ้าไทยกับการนำไปใช้ ที่สถาบันศิลปะและการออกแบบแห่งบาเลนเซีย (Escola d’ Art i Superior de Disseny de València) โดยมีนักศึกษาและผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า 100 คน” ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวblogmichaelpagecl.com

"ผ้าไหมไทย"ไปโชว์ภูมิปัญญาที่"บาเลนเซีย"

ธีระ ฉันทสวัสดิ์ และผลงานชุดผ้าไทย

หนึ่งในนักออกแบบชาวไทยที่มีโอกาสได้เข้าโครงการฯ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ เผยว่าธีมของการทำงานออกแบบผ้าไทยในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากโครงการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยเพื่อการสวมใส่ทุกวัน ซึ่งผสมผสานแรงบันดาลใจจากลายกราฟฟิกยุคปี 1960 กับเทคนิคการทอผ้าแบบญี่ปุ่นและความเชี่ยวชาญการทอผ้าลายขิดโบราณของกลุ่มทอผ้าในจังหวัดขอนแก่น ผสมผสานออกมาเป็นแฟชั่นโชว์ ทั้ง 20 ชุดที่นำไปแสดงในนิทรรศการฯ ครั้งนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงานเกือบ 300 คน ไม่ว่าจะเป็นคณะทูต เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยออกแบบชั้นนำ ซึ่งลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างยาวนานตลอดช่วงการเดินรอบสุดท้ายทั้ง 20 ชุด และมีอาจารย์ท่านหนึ่งเดินมากล่าวชื่นชมว่า แฟชั่นและการออกแบบผ้าไทยมาไกลมาก รู้สึกประทับใจในลายผ้าและการออกแบบตัดเย็บ ประเทศไทยโชคดีที่มีทั้งคนทอผ้าและดีไซเนอร์ทำงานร่วมกัน ซึ่งที่สเปนมีดีไซเนอร์ แต่การทอผ้าเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรม อยากขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วง

"ผ้าไหมไทย"ไปโชว์ภูมิปัญญาที่"บาเลนเซีย"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทดลองการสาวไหม

สำหรับงานนิทรรศการผ้าไหมไทยและงานแสดงแฟชั่นโชว์ ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสเปน เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมผ้าไหม ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมไทยให้แพร่หลายในตลาดต่างประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทย จำนวน 86 ชุด จากนักออกแบบทั้ง 4 ท่าน ได้ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-2 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

BALENCIAGA แฟชั่นสุดบียอนด์ สำหรับคนเข้าถึงและเงินถึง

ดูเหมือนว่าแบรนด์ BALENCIAGA (บาเลนซิเอกา) จะสร้างความฮือฮาได้เสมอ ๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็สร้างความฮือฮาไปทั่ว (โดยเฉพาะในเมืองไทย) กับแฟชั่นกระเป๋าลายสีรุ้งที่ว่ากันว่าเหมือนถุงกระสอบจากสำเพ็งบ้านเรา

มาปีนี้ เอาอีกแล้ว เพิ่งปล่อยคอลเล็กชั่น Fall 2018 ออกมา ก็เรียกกระแสได้อีกตามเคย มีเสื้อตัวหนึ่งที่ถูกแชร์กระจายในโซเชียลมีเดีย พร้อมตั้งคำถามว่า ทำมาเพื่อ?

เจ้าเสื้อที่ถูกแชร์เป็นกระแสตัวนี้มีชื่อว่า T-SHIRT SHIRT ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ BALENCIAGA จะเห็นว่าเสื้อตัวนี้มันมีพี่น้องอยู่อีกตัวคือ DOUBLE SHIRT ซึ่งทั้งสองตัวนี้กำลังเปิดให้พรีออร์เดอร์อยู่ และจะจัดส่งออกสู่มือลูกค้าในวันที่ 30 กรกฎาคม

 

ทีนี้เรามาทำความรู้จักเสื้อสองตัวนี้ที่หลายคนบอกว่า “เข้าไม่ถึง” กันดีกว่าihatejjredick.com

ตัวสุดฮอต T-SHIRT SHIRT รูปร่างหน้าตาที่เราเห็นภายนอกคือ เป็นเสื้อยืดแขนสั้นที่มีเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายตารางแปะอยู่ด้านหน้า ราคา 1,290 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 42,000 บาท ในรายละเอียดสินค้าอธิบายจุดขายไว้ว่า เป็นเสื้อที่สวมใส่ได้สองแบบ แบบแรกคือในภาพที่สวมเสื้อยืด

ตัวข้างหลังก็จะมีเสื้อเชิ้ตแขนยาวห้อยติดอยู่ด้านหน้า ส่วนแบบที่สองก็สลับกัน สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวด้านหน้า ซึ่งก็จะมีเสื้อยืดแขนสั้นห้อยติดอยู่ด้านหลัง

ส่วนอีกตัวคือ DOUBLE SHIRT เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายเส้นเล็กแนวตั้ง ราคา 1,490 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ ๆ 5 หมื่นบาท เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่มีเสื้อเชิ้ตตัวยาวแปะอยู่ด้านหน้าอีกตัว ตัวนี้ก็สามารถเลือกสวมใส่ได้สองแบบเช่นกัน

แบบแรกคือสวมตัวแขนสั้นข้างหลัง ซึ่งจะมีตัวแขนยาวห้อยอยู่ข้างหน้า อีกแบบคือสวมเชิ้ตแขนยาวตัวข้างหน้า ถ้าสวมแบบนี้ก็จะมีตัวแขนสั้นห้อยติดอยู่ด้านหลัง

แม้จะรู้ว่าเป็นการดีไซน์ที่มีลูกเล่นสวมใส่ได้สองแบบ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบอยู่ดีว่าทำไมคนเราถึงอยากจะสวมเสื้อที่มีอีกตัวห้อยต่องแต่งอยู่

…เป็นการออกแบบแฟชั่นสุด beyond ที่มีไว้เพื่อคนที่เข้าถึงและเห็นคุณค่าของมันจริง ๆ ส่วนราคา 4-5 หมื่นบาทนี่ ก็ต้องเข้าใจว่า นี่ไม่ใช่แค่การซื้อเสื้อ แต่เป็นการซื้อแบรนด์ ซึ่งสะท้อนรสนิยมของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

แฟชั่นไฮสตรีท ‘เซเลบสุดจี๊ด’

มาร่วมงานแฟชั่นโชว์ไฮสตรีทแบรนด์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี“เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เฟียร์สแฟชั่น เอพพิโซด 2”ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เดอะ รีเฟลกชั่นส์” จัดโดย ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพันธมิตรชั้นนำทั้งที

เหล่าไฮโซเซเลบก็ต่างจัดเต็มแฟชั่นกันอย่างสุดเหวี่ยง โดยมี เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อรธิรา ภาคสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้การต้อนรับเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ดารา นายแบบ นางแบบ เซเลบริตี้ ที่มาร่วมชมแฟชั่นจากแบรนด์ดังกว่า 40 แบรนด์ อาทิ คู่แม่-ลูกเซเลบสุดแซ่บ มาเธอร์ลี แอนด์ ลูกปิ๊บปี้-ภัทรพล พึ่งบุญพระ, เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, แอน-อินทิรา ธนวิสุทธิ์, มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง, เอแคลร์-เบญจรัตน์ อรรถจินดา, แบงค์-กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย เป็นต้น

อินทิรา ธนวิสุทธิ์ และ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤกblogmichaelpagecl.com

ภัทรพล และลี พึ่งบุญพระ

พลอยชมพู อัมพุช